Blog

Monobloc chair เก้าอี้ดีไซน์ธรรมดาสามัญที่ไม่มีวันตาย

Monobloc chair เก้าอี้ดีไซน์ธรรมดาสามัญที่ไม่มีวันตาย

30 พฤษภาคม 2562

จะว่าไปเก้าอี้ตัวนี้น่าจะเรียกได้ว่าเป็นเก้าอี้ของมหาชนเลยก็ว่าได้ เพราะมันเป็นตัวอย่างของงาน ดีไซน์ที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง และก็ไม่มีใครรู้ว่าเก้าอี้แบบนี้มีอยู่กี่ตัวในโลก เพราะมันถูกผลิตออกมาหลายล้านตัว นับตั้งแต่ในช่วงทศวรรษที่ 70s

เก้าอี้ตัวนี้เป็นเก้าอี้ที่หลายคนรู้จักกันดี และเรียกขานมันว่า “เก้าอี้พลาสติก” หรือเรียกในชื่อเป็นทางการว่า เก้าอี้โมโนบล็อก (Monobloc chair) ที่เรียกกันว่า “โมโนบล็อก” ก็เพราะมันถูกผลิตขึ้นด้วยกระบวนการเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) หรือการให้ความร้อนกับพลาสติกจนหลอมเหลว และนําไปฉีดขึ้นรูปเป็นเก้าอี้โดยแม่พิมพ์ตัวเดียว ต่างจากในยุคก่อนหน้า ที่เก้าอี้พลาสติกถูกผลิตด้วยการฉีดพลาสติกหลายชิ้นมาประกอบกันเป็นเก้าอี้ตัวหนึ่ง ดังนั้นโมโนบล็อก จึงไม่ใช่ประเภทของดีไซน์ หากแต่เป็นกระบวนการในการผลิตนั่นเอง

ด้วยความที่เก้าอี้โมโนบล็อก ผลิตจากพลาสติกชิ้นเดียว จึงทำให้มันผลิตได้ครั้งละจำนวนมากๆ ในเวลาอันสั้น มีน้ำหนักเบา และราคาถูก แถมยังทนแดดทนฝน เช็ดล้างง่าย สามารถซ้อนเก็บได้ ไม่ เปลืองพื้นที่ จึงเป็นที่นิยมใช้ทั้งในโรงเรียน ร้านอาหาร โรงพยาบาล สวนสาธารณะ สนามกีฬา ไปจนถึง เป็นพร็อพในการถ่ายแบบแฟชั่นหรือแม้แต่ในการชุมนุมทางการเมืองก็ยังใช้กัน เรียกได้ว่ามนุษย์ เกือบทุกคนในโลกนี้จะต้องเคยพบเห็นและลองนั่งกันมาบ้างแล้ว

ถ้าจะพูดโดยเฉพาะเจาะจง เก้าอี้ตัวนี้ไม่ได้ถูกบันทึกอย่างเป็นทางการในตําราประวัติศาสตร์งานออกแบบ แต่ถ้าจะย้อนไปถึงประวัติศาสตร์ของวิวัฒนาการของมันก็น่าจะได้ มันเริ่มขึ้นในทศวรรษที่ 50 เมื่อนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังอย่าง ชาร์ลส์ และ เรย์ อีมส์ (Charles and Ray Eames) พยายามสร้างเก้าอี้ตัวหนึ่งขึ้นมา ซึ่ง กาเรท วิลเลียมส์ หัวหน้าภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์ Victoria & Albert ในเวลานั้น เห็นว่าเก้าอี้ตัวนี้ตอบสนองอุดมคติของโมเดิร์นนิสต์ นั่นคือเป็นเก้าอี้ที่ผลิตโดยเครื่องจักรในกระบวนการอุตสาหกรรม เพื่อบรรลุผลลัพท์ที่มากโดยใช้ทรัพยากรแต่เพียงน้อย

จุดเริ่มต้นจากเก้าอี้ดีไซน์ของ ชาร์ลส์ และ เรย์ อีมส์ ที่ร่วมด้วยช่วยทดลองและ สร้างต้นแบบโดยนักออกแบบชื่อดังอีกคนอย่าง อาโร่ ซาริเนน (Eero Saarinen) เพื่อส่งเข้าร่วมการประกวดแบบของ Museum of Modern Art (MoMA) ในหัวข้อ Organic Design in Home Furnishing และ Low Cost Furniture Design' ซึ่งพวกเขาก็ชนะการประกวดในครั้งนั้น อีกทั้งยังสร้างนวัตกรรมที่ปฏิวัติ วงการออกแบบและอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ด้วยการใช้วัสดุและเทคโนโลยีใหม่อย่างการใช้ โพลีเอสเตอร์และไฟเบอร์กลาสสร้างตัวเก้าอี้เปลือกโค้งด้วยแม่พิมพ์อัดแรง จนในปี 1950 ก็ เปลี่ยนมาใช้วัสดุพลาสติกโพลีโพรพิลีนแทน ทำให้มันก็เป็นเก้าอี้พลาสติกตัวแรกๆ ของโลกที่ถูกผลิต ออกมาในระบบอุตสาหกรรม และเป็นผลงานที่โด่งดังเป็นที่จดจําที่สุดอีกชิ้นหนึ่งของทั้งคู่

ในช่วงยุค 1960 นักออกแบบอย่าง โรบิน เดย์ (Robin Day) ก็ทําเก้าอี้พลาสติกในแบบที่ใกล้เคียงกันออกมา ในชื่อ Polyside chair แต่เจ้าเก้าอี้พลาสติกสองตัวนี้ก็ยังไม่ใช่เก้าอี้โมโนบล็อก เพราะมันมีส่วนประกอบที่ทําจากวัสดุอื่นด้วย นั่นก็คือขาเก้าอี้ที่เป็นเหล็ก

เก้าอี้พลาสติกทั้งตัวตัวแรกคือ เก้าอี้ Universal 4867 (1965) ออกแบบโดย โยล โคลอมโบ (Joe Colombo) ดีไซเนอร์ชาวอิตาเลียน แต่มันก็ยังประกอบด้วยพลาสติกห้าชิ้น คือ ที่นั่ง/พนักพิง และขาสี่ขา ซึ่งก็ยังไม่ใช่เก้าอี้โมโนบล็อกอยู่ดี

เก้าอี้โมโนบล็อก หรือเก้าอี้แม่พิมพ์เดี่ยวตัวแรกของโลก ถูกผลิตขึ้นในปี 1967 ออกแบบโดย วิโก้ มาจิสเตรตตี้ (Vico Magistretti) ดีไซเนอร์ชาวอิตาเลียน มันมีชื่อว่า Selene ผลิตจากแผ่นพลาสติกหนาสามมิลลิเมตร มันถูกจัดให้ เป็นหนึ่งในงานดีไซน์คลาสสิกคอลเล็กชั่นถาวรของพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ของนิวยอร์ก (MoMA)

ส่วนอีกแบบที่ตามมาติดๆ ในเวลาไกล้เคียงกัน คือ Panton Chair ผลงานออกแบบของดีไซเนอร์ ชาวเดนมาร์ก แวร์เนอร์ แพนตัน (Verner Panton) เวอร์ชั่นแรกๆ ของมันถูกคิดค้นและผลิตขึ้นในปี 1960 โดยวัสดุเดิมเป็นไฟเบอร์กลาสพ่นสี ต่อมามันถูกพัฒนาให้ใช้วัสดุเป็นพลาสติกเพื่อสามารถผลิตในจํานวนมากๆ ออกวางขายในตลาด นับเป็นเก้าอี้พลาสติก (โมโนบล็อก) ตัวแรกๆ ของโลกอีกตัวที่ผลิตในระบบอุตสาหกรรม


เก้าอี้โมโมบล็อกดีไซน์ที่ใกล้เคียงกับ French Allibert Group และ US Grossfillex Group ที่เห็นดาษดื่นในปัจจุบัน

เก้าอี้พลาสติกดีไซน์ที่ใกล้เคียงกับที่เราเห็นกันเกลื่อนกลาดดาษดื่นในทุกวันนี้ ถูกออกแบบขึ่้นโดยดีไซเนอร์ชาวแคนาดา ดี.ซี. ซิมป์สัน (D.C. Simpson) ในปี 1946 และถูกนำไปผลิตขึ้นในระบบอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรกโดยบริษัท French Allibert Group และ US Grossfillex Group ในช่วงปี 1970 โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเก้าอี้ Universal 4867 ของ โยล โคลัมโบ แต่เก้าอี้พลาสติกดีไซน์ที่ว่านี้ก็ไม่ได้มีการนำไปจดสิทธิบัตรแต่อย่างใด

ทำให้นับแต่นั้นมานักออกแบบและผู้ผลิตรายอื่นๆ ทั่วโลก ก็เริ่มออกแบบและผลิตเก้าอี้ที่มีฐานคิดแบบเดียวกันนี้ออกมานับไม่ถ้วน ถึงตอนนี้ก็คงมีจำนวนเกินร้อยล้านตัวแล้ว เมื่อเริ่มมีการผลิตเยอะขึ้น ราคาก็ถูกลงตามหลักอุปสงค์อุปทาน จนสุดท้ายมันก็กลายเป็นดีไซน์ยอดนิยมที่มีเกลื่อนกลาดดาษดื่นอยู่ทุกทนทุกแห่งไปในที่สุด

ในแง่หนึ่ง เก้าอี้โมโนบล็อกที่เป็นอุดมคติของโมเดิร์น อาจเป็นฝันร้ายของนักอนุรักษ์ธรรมชาติ เก้าอี้พลาสติกที่วางไว้กลางแจ้งมีอายุไม่เกินสองปีก็ผุพัง การเช็ดล้างทำความสะอาดง่ายเกินไป ส่งเสริมนิสัยมักง่าย ที่สําคัญ เมื่อเสียแล้วก็ซ่อมไม่ได้ ทำให้ถูกทิ้งกลายเป็นขยะ จึงสร้างปัญหามาก และด้วยความที่เป็นพลาสติก การทําลายหรือย่อยสลายจึงยาก ก่ออันตรายต่อสิ่งแวดล้อม แถมยังมีราคาถูกเกินไปและ ทำให้ถูกมองว่าเป็นดีไซน์ไร้รสนิยม เก้าอี้พลาสติกที่เห็นอยู่กลาดเกลื่อนทั่วไปเหล่านี้ถูกวงการดีไซน์มองว่าเป็นงานออกแบบที่ไร้คุณค่าทางดีไซน์ ไร้สุนทรียะ ทําให้มันถึงกับถูกแบนในกรุงเบิร์น สวิตเซอร์แลนด์ และบราติสลาวา สโลวาเกีย เลยทีเดียว

แต่ในทางกลับกันความธรรมดาสามัญ ราคาที่ถูก และความไม่มีสไตล์ของมัน กลับกลายเป็นที่สนใจ และทำให้มันเป็นของเล่นแสดงฝีมือของดีไซเนอร์ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นดีไซเนอร์อย่าง รอส เลิฟโกรฟ (Ross Lovegrove), คาริม ราชิด (Karim Rashid), แจสเปอร์ มอร์ริสัน (Jasper Morrison), ฟิลิปป์ สตาร์ก (Philippe Starck) และกลุ่มดีไซเนอร์ชาวสวิสอย่าง Front นํามาดัดแปลงเป็นเก้าอี้ดีไซน์หรู

ในสเปน ศิลปิน ชื่อ มาร์ตี้ กีย์เซ (Martí Guixé) สร้างแคมเปญชื่อว่า Stop Discrimination Cheap Furniture (หยุดการเหยียดหยามเฟอร์นิเจอร์ราคาถูก) และพ่นกราฟิตี้เป็นข้อความบนเก้าอี้โมโนบล็อก

ตัวจุดกระแสความสนใจเก้าอี้โมโนบล็อกคือเว็บไซต์แห่งหนึ่งชื่อ Functionalfate.org ของ เจงส์ ทีล (Jens Thiel) ซึ่งมีคนเข้าชมกว่า 30,000 รายต่อเดือน เว็บไซต์นี้เชื้อเชิญให้คนเข้ามาโพสต์รูปถ่าย เก้าอี้โมโนบล็อกซึ่งพบเห็นตามที่ต่างๆ กว้างไกลแม้ในถิ่นธุรกันดารอย่าง เม็กซิโก กัมพูชา และค่ายพักแรมบนหุบเขาคิรีมันจาโร แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันเว็บไซต์นี้หายไปแล้ว

หรือศิลปินชาวคิวบา เออร์เนสโต โอโรซา (Ernesto Oroza) ก็เอาเก้าอี้โมโนบล็อกที่แตกหักเสียหายมารีไซเคิลใหม่เป็นงานศิลปะชื่อ Anonymous Provisional Armchairs (2000)

หรือเก้าอี้โยก R-use R-design - R-vitalise ผลงานของ รีเบคกา อัลสเตท (Rebecca Ahlstedt) ที่แสดงในงาน Stockholm Furniture Fair ในปี 2004 ก็นําเอาเก้าอี้พลาสติกโมโนบล็อกมาดัดแปลงเป็นเก้าอี้โยกสุดหรู

หรือผลงานของ ไบรอัน จังเกน (Brian Jungen) อย่าง Cetology (2002) ที่นําเอาชิ้นส่วนของเก้าอี้โมโนบล็อกมาประกอบขึ้นเป็นกระดูกปลาวาฬยาว 40 ฟุต แสดงในหอศิลป์ Vancouver Art Gallery

หรือผลงานของนักออกแบบชาวบราซิลชื่อดังอย่างพี่น้องคัมพานา (Campana brothers) ที่นําเอาเก้าอี้พลาสติก โมโนบล็อกมาผสมกับงานดีไซน์หัตถกรรมพื้นบ้านอย่างเฟอร์นิเจอร์หวาย จนกลายเป็นงานดีไซน์สวยงามเก๋ไก๋ เปี่ยมด้วยสุนทรียะและอารมณ์ขันขึ้นมา

หรือผลงานของ ไมค์ ซิโนเนียน (Mike Simonian) และ ไมเค เอเวอร์ส (Maaike Evers) กับโปรเจ็กต์ที่ทําเก้าอี้โยกให้เป็นการผลิตแบบอุตสาหกรรม โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตของเก้าอี้โมโนบล็อก ที่เป็นหนึ่งในเก้าอี้ที่ชนะการประกวดการแข่งขันออกแบบเก้าอี้โยกที่จัดโดยเว็บไซต์ designboom และถูกนําไปแสดงในงาน 100% design ในกรุงลอนดอน ปี 2002



เก้าอี้ Kopitiam ของ นาทาเนล กลัสคา (Natanel Gluska)

หรือเก้าอี้ Kopitiam ของ นาทาเนล กลัสคา (Natanel Gluska) ศิลปิน/นักทำเก้าอี้ชาวสวิสเชื้อสายอิสราเอล ที่นำเก้าอี้พลาสติกที่โหลดาษดื่นและมีราคาถูก มาหุ้มหนังอย่างดีจนมันดูเป็นเก้าอี้หรูหราราคาแพงไปได้


Games of Throne (2019) ผลงานของ ทอม โพธิสิทธิ์

หรือศิลปินภาพถ่ายแฟชั่นเชิงศิลปะ, สังคม และสิ่งแวดล้อมชาวไทย ทอม โพธิสิทธิ์ ที่นำเก้าอี้พลาสติกมาทำเป็นงานศิลปะภาพถ่ายเชิงการเมืองอย่าง Games of Throne (2019)

สถานะเก้าอี้พลาสติกหรือเก้าอี้โมโนบล็อก ถูกโยกย้ายและเลื่อนไหลไปมาจากงานดีไซน์กลายเป็นงานอุตสาหกรรม จากงานอุตสาหกรรมกลายเป็นของโหลเกลื่อนกลาด จากของโหลเกลื่อนกลาดกลับมาเป็นดีไซน์อีกครั้งหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นเก้าอี้ดีไซน์ที่ไม่มีวันตายอย่างแท้จริง

ขอบคุณข้อมูลจาก บทความ Monobloc chair: ดีไซน์ประชานิยม หนังสือ ดีไซน์ + คัลเจอร์ 2 ผู้เขียน ประชา สุวีรานนท์, เว็บไซต์ https://bit.ly/1ItfSyQ

ขอบคุณภาพจากคุณทอม โพธิสิทธิ์, คุณ Natanel Gluska, เว็บไซต์ https://bit.ly/1ItfSyQ

#WURKON #design #chair #monoblocchair #ordinary #extraodinary #cheap #light #stackable #art #inspiration #แรงบันดาลใจจากงานดีไซน์

สัมผัสแรงบันดาลใจจากความคิดสร้างสรรค์แห่งการออกแบบวิถีชีวิตการทำงานยุคใหม่ได้ที่ WURKON ผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบพื้นที่สำนักงานและพื้นที่สาธารณะสมัยใหม่ www.wurkon.com

สามารถติดตามข่าวสารทุกวันได้ที่ : www.facebook.com/WURKON 

Tel : 02-005-3550 Fax : 02-005-2557

Official Line : @wurkon / Twitter : @wurkon / Follow Instagram : @wurkon

Related Stories

Showroom
Address

71/15 Soi Pattanavate 12, Sukhumvit 71 Road, Prakanong-Nua, Wattana, Bangkok 10110, Thailand

Call Us
  • (66) 02-005-3550
  • (66) 089-481-0055
Fax

(66) 02-005-2557

Opening Hours

Mon - Fri: 08:30 - 17:30