Blog

งานดีไซน์เบื้องหลังเจ้าพ่อหนังนีโอนัวร์ ปาร์ค ชานวุค Oldboy + Stoker

งานดีไซน์เบื้องหลังเจ้าพ่อหนังนีโอนัวร์ ปาร์ค ชานวุค Oldboy + Stoker

14 มีนาคม 2562

ถ้าใครเป็นคอหนังประเภทแอ็คชั่นทริลเลอร์ที่ฉลาดและเปี่ยมด้วยชั้นเชิง พล็อตไม่ซ้ำซากดาษดื่น แถมพกด้วยการหลอกล่อและหักมุมจนคนดูอย่างหัวทิ่มหัวตำไปตาม ๆ กัน ใครคนที่ว่านั้นคงต้องมีหนังเรื่องหนึ่งอยู่ในดวงใจเป็นแม่นมั่น หนังเรื่องที่ว่านั้นมีชื่อว่า

Oldboy (2003)

หนังทริลเลอร์นีโอนัวร์สัญชาติเกาหลีใต้ของผกก. จอมโหด ปาร์ค ชานวุค ที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นในชื่อเดียวกันของ โนบุอากิ มิเนะกิชิ และ การอน ท์สุจิยะ มันเป็นหนังเรื่องที่สองในหนังชุด “ไตรภาคแห่งการล้างแค้น” ของปาร์ค (อีกสองเรื่องคือ Sympathy for Mr. Vengeance และ Sympathy for Lady Vengeance)

ที่เล่าเรื่องราวของ โอ แทซู (ชเว มินซิก) หนุ่มใหญ่พนักงานออฟฟิศที่จู่ ๆ วันดีคืนร้ายก็ถูกจับไปขังในห้องปิดตายเป็นเวลานานถึง 15 ปี โดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ จนวันหนึ่งเขาก็ถูกปล่อยออกมา โดยมีชายลึกลับคอยทิ้งชิ้นส่วนของปริศนาให้เขาตามปะติดปะต่อค้นหาความจริงเอาเองว่าเพราะเหตุใดตนถึงถูกจับไปขังเช่นนั้น โดยมี มิโด (คัง ฮเยจอง) หญิงสาวอายุคราวลูกที่บังเอิญเจอกันคอยช่วยเหลือ

หนังมีฉากจบหักมุมสุดตื่นตะลึงและท้าทายศีลธรรมอย่างรุนแรงส่งให้มันคว้ารางวัล Grand Prix จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในปี 2004 และได้รับการตอบรับอย่างดีในสหรัฐอเมริกา นักวิจารณ์ชื่อดังอย่าง โรเจอร์ อีเบิร์ต กล่าวว่า “มันเป็นหนังที่ทรงพลัง ไม่ใช่เพราะเนื้อหา แต่เป็นเพราะมันชำแหละความลึกสุดหยั่งในหัวใจมนุษย์ออกมาตีแผ่ต่างหาก” มันได้รับการโหวตจาก CNN ให้เป็นหนึ่งในสิบหนังเอเซียที่ดีที่สุดที่เคยมีการสร้างมา จนกระทั่งถูก สไปค์ ลี ซื้อลิขสิทธิ์นำไปรีเมคในปี 2013 ออกมาได้... เอิ่ม... เอาเป็นว่าอย่าพูดถึงมันเลยดีกว่านะ!

หนึ่งในองค์ประกอบศิลป์ที่โดดเด่นอีกประการในหนัง Oldboy คืองานออกแบบฉากและการกำกับศิลป์ ซึ่งสิ่งที่อยากจะหยิบยกมาพูดถึงในครั้งนี้คืออุปกรณ์ตกแต่งที่ธรรมดาสามัญจนคนอาจมองข้ามไปอย่าง “วอลเปเปอร์” นั่นเอง

วอลเปเปอร์ลวดลายเป็นแพทเทิร์นซ้ำๆ ที่มีอยู่ในแทบทุกโลเคชั่นหลักในหนังเรื่องนี้ สร้างบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกอึดอัดกดดันกับหนังได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นมันยังมีลวดลายที่คล้ายกับภาพต่อจิ๊กซอว์ หรือ เกมเขาวงกต ที่ให้ล่อลวงให้ตัวละครเข้าไปคลายปมปริศนาและติดอยู่ในกับดักนั้นอย่างดิ้นไม่หลุด ซึ่งทั้งหมดเป็นการสร้างสรรค์จากไอเดียของปาร์คและโปรดักชันดีไซเนอร์คู่บุญอย่าง ลี ซังฮี

“มันก็เหมือนงานศิลปะแขนงอื่น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นส่วนประกอบของตัวงานต่างก็มีเหตุมีผลในการดำรงอยู่ของมันในทุกรายละเอียด มันเหมือนคุณเป็นเชฟ คุณเลือกใช้ส่วนผสมและเครื่องปรุงเพื่อทำอาหารจานที่ไม่เคยมีมาก่อนออกมา และคุณต้องเลือกอย่างระมัดระวังว่าจะใช้ส่วนผสมอะไร และจะปรุงมันอย่างไรให้ออกมาเป็นอาหารจานเด็ดของคุณ คุณจะใช้มันในการนำเสนอแนวความคิดของคุณออกมาได้อย่างไร

บางคนอาจเปรียบตัวเองเป็นคีตกวีที่กำลังเขียนสกอร์สำหรับออร์เคสตร้า จะทำอย่างนั้นได้คุณต้องคิดถึงเครื่องดนตรีทุกชิ้นในวง ว่ามันจะทำงานอย่างไรในบทเพลงของคุณ

เช่นเดียวกับการเป็นคนทำหนัง ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณเห็นหรือได้ยินในหนัง ไม่มีอะไรที่ถูกหยิบมาแบบบังเอิญหรือส่งเดช ทุกสิ่งผ่านการออกแบบ ทุกอย่างเป็นความตั้งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฏบนจอต้องทำงานกับผู้ชม และเมื่อมันเป็นเช่นนี้แล้ว คนทำหนัง (อย่างผม) จะเลือกอะไรสักอย่างมาใช้ในหนังแค่เพราะว่ามันน่ารักไม่ได้

ลวดลายแพทเทิร์นของวอลเปเปอร์ในหนังอาจมีความหมายแอบแฝงให้ตีความ หรืออาจกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของคนดู ถ้ามันสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นมาได้ มันก็คู่ควรที่จะอยู่ในหนัง” ปาร์ค ชาน วุก กล่าวถึงดีไซน์ในหนังของเขา

“Smile and the world smiles with you, cry and you cry alone.”

(ยิ้มไว้ แล้วโลกนี้จะยิ้มกับคุณ, ร้องไห้ คุณจะร้องไห้อย่างเดียวดาย)

ทราบหรือไม่ว่าชื่อตัวเอกในหนัง  Oldboy นั่นไม่ได้ตั้งขึ้นมาแบบส่งเดช แต่มีที่มาที่ไปที่เกี่ยวพันกับเนื้อหา แง่มุม และปมปริศนาของหนังอย่างลึกซึ้ง

ซึ่งผู้กำกับอย่าง ปาร์คชานวุค เปิดเผยในบทสัมภาษณ์เอาไว้ว่า ที่เขาตั้งชื่อตัวเอกในหนังว่า “โอ แทซู” ก็เพื่อให้คนดูระลึกไปถึง “โอดิปุส” (หรือ อิดิปุส) ตัวละครเอกในตำนานโศกนาฏกรรมเทพปกรณัมกรีกของ โสโฟคลีส ที่เล่าเรื่องราวของโอดิปุส ผู้ถูกนำไปทิ้งตั้งแต่ยังแบเบาะ และถูกกษัตริย์โพลิบัสแห่งนครโครินธ์เก็บไปเลี้ยง เมื่อโตเป็นหนุ่มเขาเดินทางออกจากเมืองเพื่อหลบหนีชะตากรรมจากคำพยากรณ์ที่ได้รับ ระหว่างทางเขาพบกับชายสูงศักดิ์แปลกหน้าผู้หนึ่งในทางเดินแคบช่องเขา ทั้งคู่ทะเลาะทุ่มเถียงว่าใครจะเป็นฝ่ายถอยให้ทางฝ่ายตรงข้ามขับรถ ม่ายช่าย! เดินทางไปก่อน จนในที่สุดเมื่อตกลงกันไม่ได้ก็ลงไม้ลงมือกัน โอดิปุสสังหารชายผู้นั้นตายและเดินทางต่อ ภายหลังเขาเดินทางไปถึงนครธีปส์ที่ว่างเว้นราชาและต่อมาก็ได้กลายเป็นผู้ครองนคร รวมถึงสมรสกับ โจแคสต้า ราชินีหม้ายของนครแห่งนั้น โดยหารู้ไม่ว่าชายแปลกหน้าที่เขาสังหารไปในช่องเขาที่แท้ก็คือราชาแห่งเมืองนี้ที่เป็นบิดาบังเกิดเกล้าของเขา และราชินีหม้ายที่เขาสมรสด้วยก็คือมารดาแท้ๆ ของตัวเองนั่นเอง ภายหลังเกิดเหตุเภทภัยและเคราะห์กรรมเป็นโรคระบาดครั้งใหญ่มาสู่นคร จนในที่สุดเขาก็รู้ความจริงของตัวเองซึ่งเป็นไปตามชะตากรรมในคำพยากรณ์ที่เขาได้รับ นั่นก็คือการสังหารบิดาและสมรสกับมารดาตัวเอง เมื่อทราบว่าตนคือต้นเหตุแห่งอาเพศทั้งปวงของนคร เขาจึงควักดวงตาของตนเองออกและร่อนเร่พเนจรจากนครธีปส์ไปในที่สุด

ซึ่งตำนานนี้ถูกนักจิตวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง ซิกมุนด์ ฟรอยด์ นำไปใช้เป็นชื่อปมทางจิตวิทยาที่เขาค้นพบว่า “ปมอิดิปุส” (Oedipus complex) หรือ “ปมปิตุฆาต” อีกด้วย

ในฉากจำฉากหนึ่งของหนังที่ ลี วูจิน (ยู จีแท) ตัวละครที่จับโอ แทซู มาขังไว้นานถึง 15 ปี เล่นโยคะในท่วงท่าที่แปลกประหลาด ปาร์คชานวุกกล่าวว่าเขาต้องการที่จะออกแบบท่าของลี วูจินในฉากนี้ให้สื่อไปถึงภาพลักษณ์ของเทพอพอลโล ซึ่งเป็นเทพแห่งวิหารเทพยากรณ์ของนครเดลฟีที่ทำนายชะตากรรมอันแสนเศร้าที่หลีกหนีไม่พ้นของโอดิปุส

ส่วนตัวละครเอกในหนังอย่าง โอ แทซู นั้นเป็นตัวแทนของโอดิปุส ที่หลังจากค้นพบความลับอันน่าตระหนกของตัวเองแล้ว เขาก็ควักดวงตาของตัวเองทิ้ง เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะมองเห็นโลกที่หยามหยันเขา ในขณะที่โอ แทซู เลือกที่จะตัดลิ้นของตัวเองทิ้ง เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะเปิดเผยความจริงอันปวดร้าวของเขาให้โลกได้รับรู้นั่นเอง

หรือในผลงานที่ปาร์คโกอินเตอร์ไปทำหนังที่ฮอลลีวูดในอีกสิบปีให้หลังอย่าง

Stoker (2013)

ที่ว่าด้วยเรื่องราวของสองแม่ลูกตระกูล สโตเกอร์ เอฟว์ลีน (นิโคล คิดแมน) และ อินเดีย (มีอา วาชิคอฟสกา) ที่ต้องต้อนรับการมาเยือนของ ชาร์ลี (แมทธิว กู๊ด) น้องชายของพ่อที่เพิ่งเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุรถยนต์ ซึ่งอินเดียรู้สึกว่าการมาของอาของเธอคนนี้มีจุดประสงค์บางอย่างแอบแฝงอยู่ และยิ่งขุดหาคำตอบลึกลงไปเท่าไร ก็ดูเหมือนว่าตัวเธอเองกลับยิ่งถลำลึกพัวพันกับเขามากขึ้นเรื่อยๆ (เรื่องนี้ปาร์คไม่ได้ใช้บริการออกแบบของลีซังฮี)

งานออกแบบฉากใน Stoker อย่างผ้าม้านและพื้นพรมในห้องอาหารที่มีลวดแพทเทิร์นเป็นเส้นตรงนั้นแอบแฝงนัยยะของความเป็นคุกที่จองจำตัวละครเอาไว้ข้างใน

ส่วนวอลเปเปอร์และผ้าคลุมเตียงในห้องของอินเดียที่เป็นแพทเทิร์นแบบสมมาตรและซ้ำๆ กัน บ่งบอกถึงบุคลิกของเธอที่ชอบให้ทุกสิ่งอยู่ในการควบคุม ที่ต้องจัดทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นระเบียบหรือได้สมดุล สังเกตได้ในฉากที่เธอจัดวางรองเท้าเรียงตามขนาด หรือเหลาดินสอเรียงจากสั้นไปหายาวเป็นระเบียบเกินปกติ หรือหมกมุ่นในลวดลายแพทเทิร์นซ้ำ ๆ กัน

ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงอาการป่วยทางจิตแบบย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive–compulsive disorder) ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายอาการป่วยทางจิตของเธอ

หรือแม้แต่เก้าอี้เปลที่อินเดียนั่งอ่านหนังสือในสวน ก็มีรูปทรงคล้ายกับดักแด้หรือรังไข่ของแมงมุมที่ฟูมฟักอินเดียเอาไว้ภายใน ซึ่งการมาถึงของชาลีนั่นเองที่กระตุ้นเร้าให้เธอฟักจากตัวอ่อนออกมาเป็นนางแมงมุมร้ายที่พร้อมจะปลิดชีพเหยื่ออย่างเต็มตัว (ซึ่งในหนังก็ใช้แมงมุมเป็นสัญลักษณ์ของอินเดียด้วย) พฤติกรรมการฆ่าคนแล้วฝังศพเอาไว้ในสวนหลังบ้านของเธอและชาลีในหนังก็ไม่ต่างอะไรกับแมงมุมที่เก็บเหยื่อเอาไว้เป็นอาหารนั่นเอง

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับเก้าอี้ในหนัง Stoker ได้ที่ https://goo.gl/AocYYc

ข้อมูล/ภาพ : เว็บไซต์ http://goo.gl/ucW3OX, http://goo.gl/1I2t2p, http://goo.gl/gvtkvo, http://goo.gl/bJgmu3, http://goo.gl/Pj2avj

เรื่องโดย ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

#WURKON #movie #productiondesign #parkchanwook #ปาร์คชานวุค #oldboy #wallpaper #วอลเปเปอร์ #แพทเทิร์นซ้ำ #อึดอัด #กดดัน #ภาพต่อจิ๊กซอว์ #เกมเขาวงกต #ผ้าคลุมเตียง #เก้าอี้ #แรงบันดาลใจจากงานดีไซน์ #แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์

สัมผัสแรงบันดาลใจจากความคิดสร้างสรรค์แห่งการออกแบบวิถีชีวิตการทำงานยุคใหม่ได้ที่ WURKON ผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบพื้นที่สำนักงานและพื้นที่สาธารณะสมัยใหม่ www.wurkon.com

สามารถติดตามข่าวสารทุกวันได้ที่ : www.facebook.com/WURKON

สอบถามข้อมูลได้ที่ Tel : 02-005-3550 Fax : 02-005-2557

Official Line : @wurkon (มี @ ด้วย) / Twitter : @wurkon

Follow Instagram : @wurkon


Related Stories

Our VR Showroom
Address

71/15 Soi Pattanavate 12, Sukhumvit 71 Road, Prakanong-Nua, Wattana, Bangkok 10110, Thailand

Call Us
  • (66) 02-005-3550
  • (66) 089-481-0055
Fax

(66) 02-005-2557

Opening Hours

Mon - Fri: 08:30 - 17:30