Blog

Mr. Turner จิตรกรแห่งแสงสี

Mr. Turner จิตรกรแห่งแสงสี

12 มีนาคม 2562

ถ้าใครติดตามกันมาบ้างก็พอจะทราบว่า บล็อกนี้ชอบนำเสนอเกี่ยวกับหนังท่ีมีเรื่องราวเกี่ยวกับงานศิลปะหรือหนังจําพวก ชีวประวัติศิลปินอยู่บ่อยๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ในตอนนี้เราจะขอกล่าวถึงหนังชีวประวัติของศิลปินอีกคนหนึ่ง ซึ่งเขาคนน้ีก็เป็นศิลปินที่ยิ่งใหญ่และมีความสําคัญไม่แพ้บรรดาศิลปินที่เคยหยิบยกมาเขียนถึงในตอนที่ผ่านๆ มาเลยแม้แต่น้อย

หนังเรื่องน้ันมีช่ือว่า Mr. Turner (2014)

ซึ่งสร้างจากเรื่องราวชีวประวัติของศิลปินผู้มีชื่อว่า เจ.เอ็ม.ดับเบิ้ลยู. เทอร์เนอร์ (J.M.W. Turner)

หรือ โจเซฟ มัลลอร์ด วิลเลียม เทอร์เนอร์ (23 เมษายน 1775 - 19 ธันวาคม 1851) จิตกรภาพทิวทัศน์ ชาวอังกฤษแห่งยุคโรแมนติก ผู้ถือได้ว่าเป็นรากฐานและต้นธารของงานศิลปะอิมเพรสชั่นนิสม์ ถึงแม้เขาจะเป็นบุคคลผู้อื้อฉาวในยุคของตัวเอง แต่ในปัจจุบันเขาได้รับ การยกย่องว่าเป็นหนึ่งในศิลปินที่ยกระดับภาพวาดแบบทิวทัศน์ให้อยู่ในจุดสูงสุดของประวัติศาสตร์ศิลปะ

เขาเริ่มต้นวิชาชีพศิลปะต้ังแต่ครั้งยังเยาว์และมีผลงานจัดแสดงต้ังแต่ยังเป็นวัยรุ่น เขาอุทิศท้ังชีวิตให้กับการทํางานศิลปะและประสบความสําเร็จในวิชาชีพมาโดยตลอด ต่างกับศิลปินหลายคนในยุคสมัยของเขา

เกิดในเมเดนเลน โคเวนต์การ์เด้น วิลเลียม เกย์ เทอร์เนอร์ พ่อของเขาเป็นช่างตัดผมและช่างทําวิก แม่ ของเขา แมรี มาร์แชล มีอาการป่วยทางจิตอันเป็นผลมาจากการตายของเฮเลน น้องสาวของเทอร์เนอร์ในปี 1786 เธอเสียชีวิตในปี 1804 หลังจากถูกนําตัวไปรักษาในโรงพยาบาลโรคจิต ด้วยเหตุนี้เอง ในปี 1785 เทอร์เนอร์น้อยจึงถูกส่งไปอยู่กับลุงของเขาท่ีเบรนท์ฟอร์ด ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของลอนดอน ริมฝั่งแม่น้ําเทมส์ ณ ที่นั้นเองที่เขามีความประทับใจในธรรมชาติแวดล้อม และเร่ิมสนใจในการวาดภาพ หนึ่งปีหลังจากน้ันเขาเข้าเรียนที่โรงเรียน มาร์เกท ทางตะวันออกเฉียงเหนือของชายฝั่งเคนท์ ในตอนน้ันเองที่เขาวาดภาพลายเส้นมากมาย ซึ่งพ่อของเขาก็เอาไปติดโชว์ในร้านตัดผมของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ

ในปี 1789 เขาสมัครเข้าเรียนในสถาบัน Royal Academy of Art เมื่ออายุแค่เพียง 14 ปี และได้รับ การตอบรับให้เข้าเรียนในปีถัดมา

ในตอนแรกที่เข้าไป เทอร์เนอร์สนใจจะเรียนทางสถาปัตยกรรม หากแต่ได้รับการเกลี้ยกล่อมให้เรียนทางด้านจิตรกรรมต่อไปเพราะเห็นแววในฝีมือ ในปี 1790 ผลงานสีน้ําของเขาถูกคัดเลือกให้แสดงในนิทรรศการฤดูร้อนของสถาบันในขณะที่เขาเพิ่งเรียนแค่ปีหน่ึงเท่าน้ัน

ในปี 1796 Fishermen at Sea ผลงานภาพวาด สีน้ํามันของเขาได้รับการจัดแสดงเป็นคร้ังแรกในสถาบัน หลังจากนั้นมาเขาก็ได้แสดงผลงานในสถาบันแห่งนี้เรื่อยมาแทบทุกปีจวบจนตลอดชีวิตของเขา

ในปี 1802 เทอร์เนอร์เดินทางท่องเที่ยวในยุโรป เริ่มต้นจากฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ และเข้าไปศึกษาดูงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในปารีส เขายังเดินทางไปยังเวนิสหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงเดินทางไปยัง ไลม์ เรจิส ในดอร์เซต ประเทศอังกฤษเพื่อวาดภาพพายุคลั่งในทะเล

Calais Pier, 1803 สีน้ำมันบนผ้าใบ

The shipwreck of the Minotaur, 1805 สีน้ำมันบนผ้าใบ

สไตล์การวาดภาพของเทอร์เนอร์มีอยู่สองลักษณะ ลักษณะแรกคือภาพเหมือนจริงที่ถ่ายทอดทั้งทิวทัศน์ และเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงอย่างภาพวิว คฤหาสน์บ้าน เรือน โบสถ์วิหาร เรือรบอันสง่างาม เหตุการณ์สําคัญในประวัติศาสตร์ หรือแม้แต่เรื่องราวจากเทพปกรณัม ด้วยรายละเอียดท่ีชัดเจนเนี๊ยบกริบสมจริง จนกลายเป็นผลงานที่เป็นท่ีนิยมในหมู่สาธารณชน

Snow Storm: Steam-Boat off a Harbour’s Mouth, 1842 สีน้ำมันบนผ้าใบ

ลักษณะที่สองคือการวาดแบบไม่สนใจรายละเอียด แต่เก็บเอาอารมณ์ของทิวทัศน์และบรรยากาศในธรรมชาติด้วยแสงสีท่ีฟุ้งกระจายและพร่าเลือน ฝีแปรงที่หยาบกระด้างแต่เต็มไปด้วยพลังความเคลื่อนไหว ซึ่งลักษณะการทํางานท่ีลดทอนรายละเอียดและความสมจริงของวัตถุ แต่ไปให้ความสําคัญกับแสงสีและบรรยากาศนี้เอง ท่ีถือกันว่าเป็นแรงบันดาลใจและต้นธารของศิลปะตระกูลอิมเพรสชั่นนิสม์ท่ีเกิดขึ้นหลังจากนั้นราวครึ่งทศวรรษเลยทีเดียว นักวิจารณ์ผู้ทรงอิทธิพลของอังกฤษอย่าง จอห์น รัสกิน กล่าวถึงเทอร์เนอ์ว่าเป็น “ศิลปินที่ถ่ายทอดอารมณ์ของธรรมชาติได้อย่างน่าตื่นตะลึงและเที่ยงแท้อย่างแท้จริง” ไม่ว่าจะเป็นภาพจากเหตุการณ์จริงอย่างภาพไฟไหม้ (เช่นเหตุการณ์ไฟไหม้รัฐสภาปี 1834 ซึ่งเทอร์เนอร์ รีบรุดไปยังท่ีเกิดเหตุเพื่อบันทึกเหตุการณ์เป็นคนแรกๆ และถ่ายทอดมันออกมาเป็นชุดภาพร่างสีน้ําของเขา) ภาพรถจักรไอน้ําที่วิ่งกลางสายฝน หรือปรากฏการณ์ ธรรมชาติอย่างพระอาทิตย์ขึ้นและตก หมอก ฝน และ พายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พายุคลั่งในทะเลที่เขาหลงใหลเป็นอย่างมาก ร่ำลือกันว่าเทอร์เนอร์ถึงกับผูกตัวเองกับเสากระโดงเรือเดินสมุทรในตอนที่มีพายุหิมะเพื่อสัมผัสกับประสบการณ์การเผชิญหน้ากับพายุคลั่งในทะเลอย่างใกล้ชิดจนแทบเอาชีวิตไม่รอดเลยทีเดียว เขามักจะใส่รูปมนุษย์ลงในภาพวาดของเขาหลายภาพ เพื่อแสดงออกถึงความศรัทธาในแนวคิดมนุษยนิยมของเขา แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของมนุษย์ยามเมื่อต้องเผชิญหน้ากับธรรมชาติและประจักษ์ถึงพลังอํานาจของพระผู้เป็นเจ้า นั่นเป็นเหตุผลที่ภาพวาดในช่วงหลัง ๆ ของเขาละทิ้งรายละเอียดและวัตถุ แต่เน้นในการแสดงออกของแสงสีและบรรยากาศ ซึ่งเป็นการพยายามแสดงออกทางจิตวิญญาณของเขามากกว่าจะเป็นแค่การบันทึกสิ่งที่ตาเห็น

ความจัดจ้านของสีสันและความพร่าเลือนของแสงในภาพวาดของเทอร์เนอร์ไม่เพียงถูกจับตาในแวดวงศิลปะอังกฤษยุคน้ันเท่านั้น หากแต่มันยังส่งอิทธิพลไปยังวงการศิลปะต่างแดนอย่างฝรั่งเศสอีกด้วย ศิลปินอิมเพรสชั่นนิสต์คนแรกๆ อย่าง โคล้ด โมเนต์ ก็ศึกษาเทคนิคในการทํางานของเทอร์เนอร์อย่างละเอียด

ถึงแม้จะเป็นท่ีรู้จักจากผลงานภาพวาดสีน้ํามัน แต่เทอร์เนอร์ก็ยังเป็นปรมาจารย์ทางด้านภาพวาดทิว ทัศน์ด้วยสีน้ํา เขาเป็นที่รู้จักกันในฉายา “จิตรกรแห่งแสง” นอกจากจะเป็นเสมือนหนึ่งต้นธารของศิลปะอิมเพรสชั่นนิสม์แล้ว ผลงานบางช้ินของเขายังเป็นต้นแบบของงานศิลปะแบบนามธรรม (Abstract) ก่อนที่มันจะถือกําเนิดข้ึนมาในช่วงต้นศตวรรษท่ี 20 เสียอีก

เทอร์เนอร์ข้ึนช่ือว่าเป็นศิลปินผู้พิลึกพิลั่น ย่ิงอายุมากขึ้นเท่าไหร่ เทอร์เนอร์ก็ย่ิงมีพฤติกรรมท่ีแปลก ประหลาดมากข้ึนเท่านั้น เขาเป็นคนเอาแต่ใจ พูดจาโผงผาง เขามีเพื่อนสนิทและคนใกล้ชิดเพียงไม่ก่ีคน ซึ่งรวมถึงพ่อของเขาท่ีอาศัยอยู่กับเขาถึงสามสิบปี โดยทํางานเป็นผู้ช่วยของเทอร์เนอร์ในสตูดิโอ รวมถึงดูแลจัดการด้านการเงิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงอาหารการกินและชีวิตส่วนตัวของเทอร์เนอร์ จนกระทั่งเสียชีวิตลงในปี 1829 การตายของพ่อส่งผลกระทบต่อเขาอย่างใหญ่หลวง และทําให้เขาตกอยู่ในภาวะซึมเศร้านับแต่นั้นมา เทอร์เนอร์ไม่เคยแต่งงาน แต่ก็มีชู้รักและมีบุตรสาวนอกสมรสกับเธอสองคน

บ้ันปลายชีวิตเขาอาศัยอยู่กับ โซเฟีย แคโรลีน บูธ ชู้รักคนหนึ่งของเขา และเสียชีวิตในบ้านของเธอในปี 1851 คํากล่าวสุดท้ายของเขาคือ “ดวงอาทิตย์คือพระผู้เป็นเจ้า” หนึ่งปีหลังจากการแสดงผลงานครั้งสุดท้ายใน Royal Academy นั่นเอง

ตลอดชีวิตการทํางาน เทอร์เนอร์สร้างสรรค์ผลงานภาพวาดสีน้ํา ภาพวาดลายเส้น และภาพวาดสีน้ํามันทิ้งไว้กว่า 19,000 ชิ้น ผลงานส่วนใหญ่ของเขาถูกจัดแสดง อยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และแกลเลอรีเทท ท่ีลอนดอน แต่เป็นท่ีน่าเสียดายว่า ภาพวาดสีน้ํามันของเขาหลายภาพอยู่ในสภาพท่ีชํารุดทรุดโทรมอย่างมาก

ในปี 1974 พิพิธภัณฑ์เทอร์เนอร์ถูกก่อตั้งขึ้นในสหรัฐอเมริกา ในปี 1984 ชื่อของเขาถูกใช้ต้ังเป็นชื่อรางวัลทางศิลปะที่ย่ิงใหญ่ที่สุดที่มอบให้กับศิลปินแห่งสหราชอาณาจักรอย่าง Turner Prize เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เขา

The Fighting Temeraire tugged to her last berth to be broken up, 1839 สีน้ำมันบนผ้าใบ, หนึ่งในภาพวาดสีน้ำมันชิ้นที่โด่งดังที่สุดของเทอร์เนอร์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ, ลอนดอน

ในปี 2005 ภาพวาด The Fighting Temeraire, 1893 ของเขา ถูกสาธารณชนโหวตให้เป็น “ภาพที่ยอดเยี่ยมท่ีสุดในสหราชอาณาจักร” ที่จัดขึ้นโดยสถานีโทรทัศน์ BBC

Mr. Turner (2014)

กลับมาที่ตัวหนังบ้าง Mr. Turner เป็นผลงานการกํากับและเขียนบทของผู้กํากับมือเก๋าชาวอังกฤษอย่าง ไมค์ ลีห์ (Mike Leigh) ท่ีหลายคนรู้จักกันดีจาก Secrets & Lies (1996) และ Happy-Go-Lucky (2008) ในคราวนี้เขากลับมากับหนังชีวประวัติท่ีเล่าเรื่องราวในช่วงบั้นปลายชีวิตของเทอร์เนอร์ กับภาพของศิลปินชราบุคลิกพิลึกพิลั่น ผู้มีสัมพันธ์สวาทลับๆ กับแม่บ้านวัยกลางคนที่ตกหลุมรักเขา และมักจะเอาเปรียบทางเพศกับเธออยู่เสมอๆ เขาท่องเที่ยว วาดภาพ แวะเวียนเยี่ยมเยียมชนชั้นสูงในชนบทไปจนถึงซ่องโสเภณี สลับกับการแสดงพฤติกรรมห่ามๆ เป็นนิจ หนังถ่ายทอดภาพทิวทัศน์ของชนบทอังกฤษและยุโรปที่งดงาม แสงสีที่อบอุ่นละมุนละไมราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดของเทอร์เนอร์ กับบรรดาภาพวาดที่ปรากฏในหนังซึ่งดูเหมือนกับของจริงยังกับแกะ รวมถึงสตูดิโอและกระบวนการทํางานของศิลปินที่ประณีตสมจริงสมจัง ราวกับเราได้ย้อนเวลากลับไปเห็นศิลปินตัวจริงทํางานอยู่ยังไงยังงั้นเลย

Mr. Turner (2014)

แต่องค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นการแสดงของ ทิโมธี สปอลล์ (Timothy Spall) ที่สลัดภาพ หางหนอน หรือ ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ ในหนัง Harry Potter จนไม่เหลือหลอ และสวมบทบาทศิลปินผู้ยิ่งยงในวัยชราอย่างเทอร์เนอร์ได้อย่างพิลึกพิลั่นถึงเลือดเนื้อ ด้วยบุคลิกท่าทีที่แปลกประหลาด กับสุ้มเสียงอู้อี้งืมงําคํารามในลําคอ ท่าทีในการเดินเหิน ท่วงทีลีลาในการจับพู่กันวาดรูป ที่ทําให้เราเช่ือได้สนิทใจว่าเขาคือศิลปินตัวจริง และ เรียกได้ว่าเป็นบทบาทการแสดงท่ีดีที่สุดในชีวิตการแสดงของเขาเลยก็ว่าได้ ซึ่งมันก็ส่ง ให้เขาคว้ารางวัลนักแสดงนําชายยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2014 มาครองได้สําเร็จ อีกทั้งตัวหนังเองก็ยังได้รับรางวัลภาพถ่ายยอดเยี่ยม VULCAN AWARD (CINEMATOGRAPHY) จากเทศกาลเดียวกัน ด้วยฝีมือการถ่ายภาพของ ดิ๊ก โป๊ป (Dick Pope) ที่ถ่ายทอดแสงสีในภาพวาดของเทอร์เนอร์ลงบนจอภาพยนตร์ได้อย่างงดงามอีกด้วย

น่าเสียดายที่หนังไม่ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเรา แต่ก็ไม่ถึงกับหาดูยาก เพราะตอนนี้ก็มีดีวีดีออกมาขายในบ้านเราแล้ว ในชื่อไทยว่า "Mr.Turner มิสเตอร์ เทอร์เนอร์ วาดฝันให้ก้องโลก" รู้แบบนี้แล้ว เหล่าคอหนังผู้รักศิลปะทั้งหลาย ขอเชิญไปซื้อหามาดูชมโดยพลัน!

ภาพจากหนัง Mr. Turner (2014) Film4, Focus Features International (FFI), Lipsync Productions, Thin Man Films, Xofa Productions, Entertainment On, MONGREL MEDIA, Sony Pictures Entertainment | Sony Pictures Classics เว็บไซต์ https://goo.gl/BGuCBI, https://goo.gl/01rsdL

เรื่องโดย ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

#WURKON #art #movie #mrturner #mikeleigh #timothyspall #bestactor #cannesfilmfestival #dickpope #jmwturner #fishermenatsea #thepainteroflight #มิสเตอร์เทอร์เนอร์วาดฝันให้ก้องโลก #จิตรกรแห่งแสง #แรงบันดาลใจจากหนัง #แรงบันดาลใจงานศิลปะ

สัมผัสแรงบันดาลใจจากความคิดสร้างสรรค์แห่งการออกแบบวิถีชีวิตการทำงานยุคใหม่ได้ที่ WURKON ผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบพื้นที่สำนักงานและพื้นที่สาธารณะสมัยใหม่ www.wurkon.com

สามารถติดตามข่าวสารทุกวันได้ที่ : www.facebook.com/WURKON

สอบถามข้อมูลได้ที่ Tel : 02-005-3550 Fax : 02-005-2557

Official Line : @wurkon (มี @ ด้วย) / Twitter : @wurkon

Follow Instagram : @wurkon



Related Stories

Our VR Showroom
Address

71/15 Soi Pattanavate 12, Sukhumvit 71 Road, Prakanong-Nua, Wattana, Bangkok 10110, Thailand

Call Us
  • (66) 02-005-3550
  • (66) 089-481-0055
Fax

(66) 02-005-2557

Opening Hours

Mon - Fri: 08:30 - 17:30