Blog

ศรัณย์ เย็นปัญญา นักเล่าเรื่องแห่งโลกร่วมสมัย ผู้สร้างสรรค์หนทางใหม่แห่งการสื่อสารด้วยงานดีไซน์

ศรัณย์ เย็นปัญญา นักเล่าเรื่องแห่งโลกร่วมสมัย ผู้สร้างสรรค์หนทางใหม่แห่งการสื่อสารด้วยงานดีไซน์

29 สิงหาคม 2559

ก่อนหน้านี้เรากล่าวถึงนักออกแบบต่างชาติชั้นนำมาหลายต่อหลายคนแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการน้อยหน้า คราวนี้เราจะขอกล่าวถึงนักออกแบบในบ้านเรากันบ้างอะไรบ้าง ซึ่งอันที่จริงแล้ว นักออกแบบไทยหลายต่อหลายคนก็มีชื่อเสียงและผลงานโดดเด่นในระดับสากลไม่แพ้นักออกแบบต่างชาติเลยแม้แต่น้อย ในคราวนี้เราจะขอประเดิมด้วยนักออกแบบผู้หนึ่งที่เราเฝ้าติดตามผลงานของเขามานานปี

เขาผู้นี้มีชื่อว่า ศรัณย์ เย็นปัญญา (Saran Yen Panya)

นอกจากจะมีผลงานอันโดดเด่นในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในสไตล์ Conceptual Design อันแปลก แหวกแนว เก๋ไก๋ไม่ซ้ำใคร จนถูกนำไปลงในนิตยสารและเว็บไซต์ทางดีไซน์ชั้นนำของโลกมากมาย แต่ศรัณย์ก็ไม่จำกัดขอบเขตอยู่แค่ในงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์แต่เพียงอย่างเดียว หากทำงานในหลากสื่อหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบภายใน งานออกแบบลายผ้า สิ่งทอ งานกราฟิกดีไซน์ งานออกแบบภาพลักษณ์องค์กร ไปจนถึงงานศิลปะร่วมสมัย

เขาผู้นี้ยังเป็นหนึ่งในนักออกแบบที่ถูกเชื้อเชิญให้เข้าร่วมแสดงงานกับ โอกิ ซาโต้ แห่ง Nendo ในนิทรรศการศิลปะ/ดีไซน์ในงานเปิดตัวห้างสรรพสินค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม อย่างยิ่งใหญ่อลังการไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา

ด้วยความที่ทำงานสร้างสรรค์ในสื่อหลายหลากรอบด้านเช่นนี้เขาจึงไม่จำกัดนิยามตัวเองอยู่กับคำว่า "นักออกแบบ" หากแต่พึงใจที่จะเรียกตัวเองว่า "นักเล่าเรื่อง" (storyteller) มากกว่า และในครานี้เราก็ได้ถือโอกาสเยี่ยมชม 56th Studio สตูดิโอส่วนตัวของเขาในพื้นที่ Green Connect สุขุมวิท ซอย 31 เพื่อฟังเขาบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับแนวคิดใหม่ที่กำลังอินเทรนด์ในโลกของการออกแบบอย่าง Storytelling มาร่วมรับฟังไปพร้อมๆ กันว่า แนวคิดใหม่ที่ว่านี้จะตอบโจทย์การออกแบบวิถีชีวิตการทำงานยุคใหม่ของเราได้อย่างไรกันเถอะ

WURKON: 

หลายคนรู้จักงานคุณศรัณย์จากงานเฟอร์นิเจอร์เปรี้ยวๆ แปลกๆ แหวกแนว แต่ก่อนหน้านี้เคยได้ยินชื่อของคุณศรัณย์จากเวทีการประกวดออกแบบต่างๆ มาบ้างเหมือนกัน

ศรัณย์: 

เยอะแยะเลยครับ สมัยเรียนที่จุฬา ก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง คือผมประกวดอิเหละเขละขละมาก ประกวดออกแบบกราฟิก ทำบัตรประชาชน แฟชั่นผมก็ส่ง

WURKON: 

อ้าวเหรอครับ แล้วตอนที่เรียนคณะสถาปัตยกรรมที่จุฬาฯ นี่เรียนภาควิชาอะไรครับ

ศรัณย์: 

ผมเรียนออกแบบอุตสาหกรรม (ID) ครับ

WURKON: 

ส่วนใหญ่นักออกแบบที่เรียนภาควิชานี้จบออกมาทำงานออกแบบผลิตภัณฑ์ ทำไมคุณศรัณย์ถึงมีความสนใจในงานออกแบบหลายๆ ด้านล่ะครับ

ศรัณย์: 

ผมเลือก ID เพราะเขาเขียนในหลักสูตรว่าภาควิชานี้จะได้ทำทุกอย่าง ปั้นหม้อทอผ้า อะไรอย่างงี้ ก็จะเป็นสโลแกนหลัก ผมก็เลยเรียนเพราะผมชอบปั้นหม้อทอผ้า (หัวเราะ) ตอนจบจริงๆ คือเลือกทอผ้าด้วย ทำงานสิ่งทอ ตอนนั้นไปทำกับศูนย์ศิลปาชีพฯ ก็เลยเป็นคนที่สนใจทุกอย่าง แต่ตอนนั้นไม่ได้สนใจเฟอร์นิเจอร์ เพราะมันเป็นงานแมนๆ ต้องเข้าห้องช็อป ผมชอบองค์รวมของการได้ทำโน่นทำนี่ผสมกัน ตอนเรียนก็เลยประกวดมันทุกอย่างเลย

WURKON: 

หลังจากนั้นแล้วทำไมคุณศรัณย์ถึงตัดสินใจไปเรียนที่สวีเดนครับ (สถาบัน Konstfack - University College of Arts, Crafts and Design กรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน) เห็นว่าเรียนสาขา Visual Communication ใช่ไหมครับ

ศรัณย์: 

คอร์สมันชื่อ Storytelling เลยครับ ตอนนั้นทำงานมาสักพักนึง ก็อยากไปเรียนต่อ เราก็สมัครคอร์สที่สวีเดนซึ่งเรียนฟรี เราไม่ต้องจ่ายอะไรเลย เสียแค่ค่ากินอยู่ แล้วปรากฏว่าติด ก็เลยไป เลือกที่นี่เพราะมันฟรีเลย เป็นเหตุผลที่ไม่โรแมนติกมากๆ (หัวเราะ) แต่ปรากฏว่ามหาวิทยาลัยที่ไปก็เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของสแกนดิเนเวีย แล้วคอร์สเขาก็รับแค่สิบคน เราก็ส่งพอร์ตโฟลิโอไป ก็ผ่าน

WURKON: 

แล้ว Storytelling นี่มันคืออะไรเหรอครับ

ศรัณย์: 

จริงๆ ตอนเข้าไปคลาสแรกเขาให้ผมเรียนกับแอ็คติ้งโค้ช เอาแอ็คติ้งโค้ชมาแสดงละคร แล้วก็บอกเราว่า "ไหนลองกอดเพื่อนร่วมชั้นที่ไม่เคยรู้จักกันดูสิ" นี่มันคอร์สอะไรของมัน ไหน Illustrator, Photoshop อยู่ตรงไหน (หัวเราะ) คือจริงๆ เขาบอกว่ามันคือศาสตร์ของการสื่อสารที่ว่าด้วยองค์กว้างมากๆ ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นภาพวาด ภาพเขียน ภาพถ่าย แต่มันเป็นเรื่องอะไรก็ได้ คุณอยากจะสื่อสารอะไร คุณต้องสื่อสารให้ได้ในทุกเครื่องมือ เพราะฉะนั้นเขาจะฝึกเราในทุกเครื่องมือเลย ตั้งแต่การพูด การเขียน ต้องไปเวิร์กช็อปกับนักเขียน ผมก็เขียนอะไรเป็นที่ไหน แต่สุดท้ายแล้วเนี่ยเขาบอกว่าเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและเหมาะกับในคอร์สก็คือเรื่องของ Visual คือไม่ว่าคุณจะสื่อสาร จะหยิบอะไรมาเล่า มันก็ต้องมองเห็นและสัมผัสได้ มันก็คือ Visual Communication นั่นแหละ แต่เขาทำให้มันกว้างขึ้น เพื่อนในคอร์สก็จะไม่ซ้ำกันเลย บางคนเป็นนักเขียน บางคนเป็นจิตรกร บางคนเป็นช่างภาพแฟชั่น อย่างคอร์สนึงชื่อตลกมาก ชื่อ Illustration in Space คือเหมือนเอาการถ่ายทอดภาพ เขาเรียกว่า Illustrate แต่คุณไม่ต้องวาดแล้วนะ คุณเอาให้มันมาอยู่ในพื้นที่ให้ได้จริงๆ ซึ่งผมว่ามันเป็นวิธีคิดที่ทำให้เราเริ่มปรับตัวว่า อ๋อ เวลาเราจะสื่อสาร เราไม่ต้องวาด ไม่ต้องเขียนก็ได้นะ เราทำของออกมาเราก็สื่อสารได้

WURKON: 

เห็นว่าคุณศรัณย์ทำแอนิเมชั่นเป็นงานจบด้วย

ศรัณย์: 

ใช่ครับ แล้วก็ไม่ได้วาดด้วย ทำของเล็กๆ อย่างการตัดกระดาษเป็นเซ็ตดีไซน์ชิ้นเล็กๆ แล้วก็ค่อยๆ ถ่ายเป็นสต็อปโมชั่น แต่ไม่ได้ทำแล้วนะครับ ไม่ไหว เหนื่อย (หัวเราะ) คือผมเป็นคนชอบอะไรบ้านๆ ชอบอะไรประหลาดๆ ตอนนั้นเดินซอยนานาแล้วมันจะมีพวกงานศิลปะบ้านๆ แบบพวกรูปช้าง กระท่อมปลายนา มีต้นมะพร้าว เราเรียนมันว่า Neon Art หรือ Tourist Art ที่ขายนักท่องเที่ยวน่ะ ที่คนจะชอบมองว่ามันเห่ย เราก็เลยรู้สึกท้าทายว่า มันไม่เห่ยน่ะ ก็เลยหยิบเอาพวกนั้นมาทำเป็นเซ็ตดีไซน์ทำเป็นแอนิเมชั่นออกมา

แอนิเมชั่นตัดกระดาษ Early morning life

WURKON: 

ลักษณะของงานแบบนี้มันฟังดูคล้ายกับงานแบบ Kitsch เลยนะครับ

ศรัณย์: 

คือตอนนั้นมันมีคำนี้หลุดมาในสารบบ ซึ่งผมก็เออ Kitsch ก็ Kitsch คือคำนี้มันแปลว่า Look Cheap (ดูโหลๆ, ราคาถูก) ในภาษาเยอรมันใช่ไหมครับ ประเด็นคือผมหยิบสิ่งที่ Look Cheap เอามาทำให้มันดูแพง ก็เลยไม่รู้ว่าจะเรียกมันว่า Kitsch หรือเปล่า ตอนแรกๆ ผมยังไม่ได้สังเกตว่าตัวเองเป็นคนชอบท้าทาย ชอบหยิบเอาของถูกๆ มาทำให้มันดูแพง ทำให้มันเกิดความขัดแย้ง แต่หลังจากนั้นก็เริ่มรู้ตัวว่าเราคงชอบอะไรแบบนี้มั้ง ก็เลยเอามันมาเป็นแก่นของสตูดิโอไปเลย ว่าเราจะท้าทายความสามารถในการรับรู้ของคนนะ ว่าสิ่งที่คุณคิดว่าดี มันอาจจะไม่ดีก็ได้ หรือสิ่งที่คุณคิดว่ามันไม่ดี ลองมองดูดีๆ เฮ้ย! มันดีว่ะ สมมุติคุณบูชาอะไรมากๆ เราก็จะบอกว่า เฮ้ย! มันไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอกนะ จริงๆ คือกวนส้นตีนน่ะ (หัวเราะ)

ชมผลงานแอนิเมชั่นตัดกระดาษ Early morning life ของศรัณย์ได้ที่ https://vimeo.com/24103085

Cheap Ass Elites

WURKON: 

มาถึงผลงานสร้างชื่อที่ลงนิตยสารและสื่อต่างๆ มากมายอย่างเก้าอี้ Cheap Ass Elites นี่มีที่มายังไงครับ

ศรัณย์: 

คือบ้านผมอยู่นนทบุรี พอผมได้ตั๋วกลับจากสวีเดนมาผมก็จะนอนอยู่ที่บ้าน ปรากฏว่าที่บ้านก็จะมีร้านขายของชำเยอะ พอดีกับช่วงนั้นมีข่าวสารเกี่ยวกับการเมืองพอดี เราก็เริ่มสนใจเรื่องการเมือง แต่เป็นในมุมมองที่มันเกี่ยวข้องกับรสนิยม ว่าขนาดรสนิยมมันก็ยังมีการเมืองของมันว่านี่รสนิยมไม่ดี นี่รสนิยมดี ผมก็เลยหยิบตะกร้าที่ร้านขายของชำนี่แหละมาทำ ร้านหน้าบ้านเลย ร้านโชว์ห่วยที่มีขายพวกตะกร้า ขันพลาสติก พวงใส่เครื่องปรุง ก็เดินเข้าไปหยิบซื้อมา ประมาณว่า ของพวกนี้เป็นของที่คนมองว่ามันเป็นของโหล รสนิยมไม่ดี แต่เราจะทำให้มันกลายเป็นของที่มีรสนิยมดีให้ดู ก็เอามันมาต่อกับขาหลุยส์ ขานีโอบาโร้กอะไรก็ว่าไป เอามาลดทอนรูปทรงให้มันอยู่ด้วยกันได้

WURKON: 

อันนี้คือหยิบมาใช้เลยเหรอครับ นึกว่าทำตัวที่นั่งรูปตะกร้าขึ้นมาใหม่โดยได้แรงบันดาลใจมาเสียอีก

ศรัณย์: 

ตะกร้าเลยครับ เอามาเฉือนเลย ไม่ได้หล่อขึ้นมาใหม่ ไม่มี๊ (หัวเราะลั่น) ดิบมาก! แล้วเวลาทำสีทำยังไง ก็พ่นสีสเปรย์ทับพลาสติกไปเลย เหมือนงานพร็อพ (หัวเราะ) แต่หลังๆ เราเริ่มเรียนรู้แล้วว่าการพ่นสีพลาสติกมันไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง สีมันหลุดครับ (หัวเราะ) เลยใช้วิธีหาตะกร้าที่มีสีที่เราต้องการและทำสีขาให้ตรงกับตะกร้าเอา ดิบกว่า! (หัวเราะร่วน) ตอนหลังตะกร้านี่รู้แหล่งผลิตเลยครับ แล้วเวลาปั๊มตัวหนังสือข้างๆ นี่เราก็สั่งได้เลยว่าเราจะเอาคำว่าอะไร แบบ "เจ๊เข่ง" อะไรแบบนี้ หลังๆ นี่เริ่มหาตะกร้าที่ใช้จริงๆ มาแล้วด้วย แล้วก็ให้ช่างไม้ทำขาแต่ละตัวให้ไม่เหมือนกัน แต่ตอนนี้ช่างตายไปแล้ว คือเสียชีวิต เลยทำต่อไม่ได้ ก็ต้องหาผู้ผลิตใหม่อีก

WURKON: 

มันเป็นอะไรที่โคตรหัตถกรรมเลยนะครับ

ศรัณย์: 

พูดง่ายๆ คือผมไม่ได้เรียนเฟอร์นิเจอร์มาโดยตรงน่ะครับ ถึงเรียนก็ความรู้น้อยมาก ก็เลยแบบ เราคิดว่าเราทำอย่างงี้ได้ ก็หั่นมันอย่างงี้แหละ มันก็นั่งได้นี่ แล้วจำได้คือตัวต้นแบบตัวแรก วิธีการปิดหัวน็อตของผมน่ารักมาก คือเอากระดุมทากาวแล้วแปะหัวน็อต (หัวเราะ) น่ารัก! คิวต์ๆ โคตรผิดเลย! (หัวเราะ)

WURKON: 

กลายเป็นว่าไม่มีกรอบไปเลย

ศรัณย์:

ใช่ครับ พูดง่ายๆ การไม่มีกรอบก็คือการไม่มีความรู้นั่นเอง (หัวเราะร่วน) หลังๆ โอเค พอจบงานนั้นมีคนสั่งมาเยอะเราก็ไปศึกษาว่ามันต้องทำยังไง ส่งออกเป็นยังไง ก็เลยเริ่มมีความรู้ขึ้นบ้าง ตอนหลังเวลาส่งลูกค้าก็น็อกดาวน์ไปได้ จริงๆ ตัวนี้ก็ยังเป็นไอเท็มเดียวที่ยังขายได้อยู่ แต่ผมจะทำเป็นแบบ เวลามีนิทรรศการ หรือมีออเดอร์จากลูกค้าต่างประเทศค่อยเปิดทำทีละล็อต ขี้เกียจมานั่งเก็บสต็อค

WURKON:

ไม่ได้ทำงานแบบอุตสาหกรรมแต่ทำแบบจำนวนจำกัดมากกว่า?

ศรัณย์: 

ใช่ เพราะว่าคนหั่นนี่คือที่บ้านผมเองแหละครับ เวลาเอาตะกร้ามาแล้วต้องหั่นนี่ พ่อผมเองแหละครับ เขาจะทำสีเก่งมาก (หัวเราะ) อย่างล่าสุดก็ทำให้แบรนด์ญี่ปุ่นแบรนด์นึง ก็เลยเปิดล็อตใหญ่ แล้วก็ทำพ่วงเป็นสต็อคอีกหน่อยนึง สยามดิสคัฟเวอรี่ก็ซื้อไป มันก็ไปได้ประมาณนึง แต่มันก็คงไม่ทำให้ผมรวยขึ้นหรอกครับ แต่อย่างน้อยมันก็เป็นวิธีการบริหารสต็อกที่ผมว่ามันไม่เข้าเนื้อแล้วก็มีกำไรเหมือนกัน

Caricature as Furniture

WURKON: 

อย่างเก้าอี้ชุด Caricature as Furniture นี้ก็ดังเหมือนกันนี่ครับ

ศรัณย์: 

โดนฟ้องเลยดัง (หัวเราะ) ทเวนตีท์เซนจูรีฟอกซ์ฟ้อง เพราะเราบอกว่าเราได้แรงบันดาลใจมาจากซิมป์สัน ซึ่งเขาบอกว่าไม่ได้ คือตอนนั้นเราเอาเรื่องของวัฒนธรรมป๊อป หนังฮอลลีวูดอย่าง แฮร์รี พ็อตเตอร์, เลดี้ กาก้า, เกรซ โจนส์, นาโอมิ แคมป์เบล, ซิมป์สันส์ มาทำเป็นฟอร์มเก้าอี้ง่ายๆ เหมือนเป็น Minimal Illustration น่ะครับ

WURKON: 

ลักษณะการคิดงาน