Blog

ศรัณย์ เย็นปัญญา นักเล่าเรื่องแห่งโลกร่วมสมัย ผู้สร้างสรรค์หนทางใหม่แห่งการสื่อสารด้วยงานดีไซน์

ศรัณย์ เย็นปัญญา นักเล่าเรื่องแห่งโลกร่วมสมัย ผู้สร้างสรรค์หนทางใหม่แห่งการสื่อสารด้วยงานดีไซน์

29 สิงหาคม 2559

ก่อนหน้านี้เรากล่าวถึงนักออกแบบต่างชาติชั้นนำมาหลายต่อหลายคนแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการน้อยหน้า คราวนี้เราจะขอกล่าวถึงนักออกแบบในบ้านเรากันบ้างอะไรบ้าง ซึ่งอันที่จริงแล้ว นักออกแบบไทยหลายต่อหลายคนก็มีชื่อเสียงและผลงานโดดเด่นในระดับสากลไม่แพ้นักออกแบบต่างชาติเลยแม้แต่น้อย ในคราวนี้เราจะขอประเดิมด้วยนักออกแบบผู้หนึ่งที่เราเฝ้าติดตามผลงานของเขามานานปี

เขาผู้นี้มีชื่อว่า ศรัณย์ เย็นปัญญา (Saran Yen Panya)

นอกจากจะมีผลงานอันโดดเด่นในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในสไตล์ Conceptual Design อันแปลก แหวกแนว เก๋ไก๋ไม่ซ้ำใคร จนถูกนำไปลงในนิตยสารและเว็บไซต์ทางดีไซน์ชั้นนำของโลกมากมาย แต่ศรัณย์ก็ไม่จำกัดขอบเขตอยู่แค่ในงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์แต่เพียงอย่างเดียว หากทำงานในหลากสื่อหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบภายใน งานออกแบบลายผ้า สิ่งทอ งานกราฟิกดีไซน์ งานออกแบบภาพลักษณ์องค์กร ไปจนถึงงานศิลปะร่วมสมัย

เขาผู้นี้ยังเป็นหนึ่งในนักออกแบบที่ถูกเชื้อเชิญให้เข้าร่วมแสดงงานกับ โอกิ ซาโต้ แห่ง Nendo ในนิทรรศการศิลปะ/ดีไซน์ในงานเปิดตัวห้างสรรพสินค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม อย่างยิ่งใหญ่อลังการไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา

ด้วยความที่ทำงานสร้างสรรค์ในสื่อหลายหลากรอบด้านเช่นนี้เขาจึงไม่จำกัดนิยามตัวเองอยู่กับคำว่า "นักออกแบบ" หากแต่พึงใจที่จะเรียกตัวเองว่า "นักเล่าเรื่อง" (storyteller) มากกว่า และในครานี้เราก็ได้ถือโอกาสเยี่ยมชม 56th Studio สตูดิโอส่วนตัวของเขาในพื้นที่ Green Connect สุขุมวิท ซอย 31 เพื่อฟังเขาบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับแนวคิดใหม่ที่กำลังอินเทรนด์ในโลกของการออกแบบอย่าง Storytelling มาร่วมรับฟังไปพร้อมๆ กันว่า แนวคิดใหม่ที่ว่านี้จะตอบโจทย์การออกแบบวิถีชีวิตการทำงานยุคใหม่ของเราได้อย่างไรกันเถอะ

WURKON: 

หลายคนรู้จักงานคุณศรัณย์จากงานเฟอร์นิเจอร์เปรี้ยวๆ แปลกๆ แหวกแนว แต่ก่อนหน้านี้เคยได้ยินชื่อของคุณศรัณย์จากเวทีการประกวดออกแบบต่างๆ มาบ้างเหมือนกัน

ศรัณย์: 

เยอะแยะเลยครับ สมัยเรียนที่จุฬา ก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง คือผมประกวดอิเหละเขละขละมาก ประกวดออกแบบกราฟิก ทำบัตรประชาชน แฟชั่นผมก็ส่ง

WURKON: 

อ้าวเหรอครับ แล้วตอนที่เรียนคณะสถาปัตยกรรมที่จุฬาฯ นี่เรียนภาควิชาอะไรครับ

ศรัณย์: 

ผมเรียนออกแบบอุตสาหกรรม (ID) ครับ

WURKON: 

ส่วนใหญ่นักออกแบบที่เรียนภาควิชานี้จบออกมาทำงานออกแบบผลิตภัณฑ์ ทำไมคุณศรัณย์ถึงมีความสนใจในงานออกแบบหลายๆ ด้านล่ะครับ

ศรัณย์: 

ผมเลือก ID เพราะเขาเขียนในหลักสูตรว่าภาควิชานี้จะได้ทำทุกอย่าง ปั้นหม้อทอผ้า อะไรอย่างงี้ ก็จะเป็นสโลแกนหลัก ผมก็เลยเรียนเพราะผมชอบปั้นหม้อทอผ้า (หัวเราะ) ตอนจบจริงๆ คือเลือกทอผ้าด้วย ทำงานสิ่งทอ ตอนนั้นไปทำกับศูนย์ศิลปาชีพฯ ก็เลยเป็นคนที่สนใจทุกอย่าง แต่ตอนนั้นไม่ได้สนใจเฟอร์นิเจอร์ เพราะมันเป็นงานแมนๆ ต้องเข้าห้องช็อป ผมชอบองค์รวมของการได้ทำโน่นทำนี่ผสมกัน ตอนเรียนก็เลยประกวดมันทุกอย่างเลย

WURKON: 

หลังจากนั้นแล้วทำไมคุณศรัณย์ถึงตัดสินใจไปเรียนที่สวีเดนครับ (สถาบัน Konstfack - University College of Arts, Crafts and Design กรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน) เห็นว่าเรียนสาขา Visual Communication ใช่ไหมครับ

ศรัณย์: 

คอร์สมันชื่อ Storytelling เลยครับ ตอนนั้นทำงานมาสักพักนึง ก็อยากไปเรียนต่อ เราก็สมัครคอร์สที่สวีเดนซึ่งเรียนฟรี เราไม่ต้องจ่ายอะไรเลย เสียแค่ค่ากินอยู่ แล้วปรากฏว่าติด ก็เลยไป เลือกที่นี่เพราะมันฟรีเลย เป็นเหตุผลที่ไม่โรแมนติกมากๆ (หัวเราะ) แต่ปรากฏว่ามหาวิทยาลัยที่ไปก็เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของสแกนดิเนเวีย แล้วคอร์สเขาก็รับแค่สิบคน เราก็ส่งพอร์ตโฟลิโอไป ก็ผ่าน

WURKON: 

แล้ว Storytelling นี่มันคืออะไรเหรอครับ

ศรัณย์: 

จริงๆ ตอนเข้าไปคลาสแรกเขาให้ผมเรียนกับแอ็คติ้งโค้ช เอาแอ็คติ้งโค้ชมาแสดงละคร แล้วก็บอกเราว่า "ไหนลองกอดเพื่อนร่วมชั้นที่ไม่เคยรู้จักกันดูสิ" นี่มันคอร์สอะไรของมัน ไหน Illustrator, Photoshop อยู่ตรงไหน (หัวเราะ) คือจริงๆ เขาบอกว่ามันคือศาสตร์ของการสื่อสารที่ว่าด้วยองค์กว้างมากๆ ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นภาพวาด ภาพเขียน ภาพถ่าย แต่มันเป็นเรื่องอะไรก็ได้ คุณอยากจะสื่อสารอะไร คุณต้องสื่อสารให้ได้ในทุกเครื่องมือ เพราะฉะนั้นเขาจะฝึกเราในทุกเครื่องมือเลย ตั้งแต่การพูด การเขียน ต้องไปเวิร์กช็อปกับนักเขียน ผมก็เขียนอะไรเป็นที่ไหน แต่สุดท้ายแล้วเนี่ยเขาบอกว่าเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและเหมาะกับในคอร์สก็คือเรื่องของ Visual คือไม่ว่าคุณจะสื่อสาร จะหยิบอะไรมาเล่า มันก็ต้องมองเห็นและสัมผัสได้ มันก็คือ Visual Communication นั่นแหละ แต่เขาทำให้มันกว้างขึ้น เพื่อนในคอร์สก็จะไม่ซ้ำกันเลย บางคนเป็นนักเขียน บางคนเป็นจิตรกร บางคนเป็นช่างภาพแฟชั่น อย่างคอร์สนึงชื่อตลกมาก ชื่อ Illustration in Space คือเหมือนเอาการถ่ายทอดภาพ เขาเรียกว่า Illustrate แต่คุณไม่ต้องวาดแล้วนะ คุณเอาให้มันมาอยู่ในพื้นที่ให้ได้จริงๆ ซึ่งผมว่ามันเป็นวิธีคิดที่ทำให้เราเริ่มปรับตัวว่า อ๋อ เวลาเราจะสื่อสาร เราไม่ต้องวาด ไม่ต้องเขียนก็ได้นะ เราทำของออกมาเราก็สื่อสารได้

WURKON: 

เห็นว่าคุณศรัณย์ทำแอนิเมชั่นเป็นงานจบด้วย

ศรัณย์: 

ใช่ครับ แล้วก็ไม่ได้วาดด้วย ทำของเล็กๆ อย่างการตัดกระดาษเป็นเซ็ตดีไซน์ชิ้นเล็กๆ แล้วก็ค่อยๆ ถ่ายเป็นสต็อปโมชั่น แต่ไม่ได้ทำแล้วนะครับ ไม่ไหว เหนื่อย (หัวเราะ) คือผมเป็นคนชอบอะไรบ้านๆ ชอบอะไรประหลาดๆ ตอนนั้นเดินซอยนานาแล้วมันจะมีพวกงานศิลปะบ้านๆ แบบพวกรูปช้าง กระท่อมปลายนา มีต้นมะพร้าว เราเรียนมันว่า Neon Art หรือ Tourist Art ที่ขายนักท่องเที่ยวน่ะ ที่คนจะชอบมองว่ามันเห่ย เราก็เลยรู้สึกท้าทายว่า มันไม่เห่ยน่ะ ก็เลยหยิบเอาพวกนั้นมาทำเป็นเซ็ตดีไซน์ทำเป็นแอนิเมชั่นออกมา

แอนิเมชั่นตัดกระดาษ Early morning life

WURKON: 

ลักษณะของงานแบบนี้มันฟังดูคล้ายกับงานแบบ Kitsch เลยนะครับ

ศรัณย์: 

คือตอนนั้นมันมีคำนี้หลุดมาในสารบบ ซึ่งผมก็เออ Kitsch ก็ Kitsch คือคำนี้มันแปลว่า Look Cheap (ดูโหลๆ, ราคาถูก) ในภาษาเยอรมันใช่ไหมครับ ประเด็นคือผมหยิบสิ่งที่ Look Cheap เอามาทำให้มันดูแพง ก็เลยไม่รู้ว่าจะเรียกมันว่า Kitsch หรือเปล่า ตอนแรกๆ ผมยังไม่ได้สังเกตว่าตัวเองเป็นคนชอบท้าทาย ชอบหยิบเอาของถูกๆ มาทำให้มันดูแพง ทำให้มันเกิดความขัดแย้ง แต่หลังจากนั้นก็เริ่มรู้ตัวว่าเราคงชอบอะไรแบบนี้มั้ง ก็เลยเอามันมาเป็นแก่นของสตูดิโอไปเลย ว่าเราจะท้าทายความสามารถในการรับรู้ของคนนะ ว่าสิ่งที่คุณคิดว่าดี มันอาจจะไม่ดีก็ได้ หรือสิ่งที่คุณคิดว่ามันไม่ดี ลองมองดูดีๆ เฮ้ย! มันดีว่ะ สมมุติคุณบูชาอะไรมากๆ เราก็จะบอกว่า เฮ้ย! มันไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอกนะ จริงๆ คือกวนส้นตีนน่ะ (หัวเราะ)

ชมผลงานแอนิเมชั่นตัดกระดาษ Early morning life ของศรัณย์ได้ที่ https://vimeo.com/24103085

Cheap Ass Elites

WURKON: 

มาถึงผลงานสร้างชื่อที่ลงนิตยสารและสื่อต่างๆ มากมายอย่างเก้าอี้ Cheap Ass Elites นี่มีที่มายังไงครับ

ศรัณย์: 

คือบ้านผมอยู่นนทบุรี พอผมได้ตั๋วกลับจากสวีเดนมาผมก็จะนอนอยู่ที่บ้าน ปรากฏว่าที่บ้านก็จะมีร้านขายของชำเยอะ พอดีกับช่วงนั้นมีข่าวสารเกี่ยวกับการเมืองพอดี เราก็เริ่มสนใจเรื่องการเมือง แต่เป็นในมุมมองที่มันเกี่ยวข้องกับรสนิยม ว่าขนาดรสนิยมมันก็ยังมีการเมืองของมันว่านี่รสนิยมไม่ดี นี่รสนิยมดี ผมก็เลยหยิบตะกร้าที่ร้านขายของชำนี่แหละมาทำ ร้านหน้าบ้านเลย ร้านโชว์ห่วยที่มีขายพวกตะกร้า ขันพลาสติก พวงใส่เครื่องปรุง ก็เดินเข้าไปหยิบซื้อมา ประมาณว่า ของพวกนี้เป็นของที่คนมองว่ามันเป็นของโหล รสนิยมไม่ดี แต่เราจะทำให้มันกลายเป็นของที่มีรสนิยมดีให้ดู ก็เอามันมาต่อกับขาหลุยส์ ขานีโอบาโร้กอะไรก็ว่าไป เอามาลดทอนรูปทรงให้มันอยู่ด้วยกันได้

WURKON: 

อันนี้คือหยิบมาใช้เลยเหรอครับ นึกว่าทำตัวที่นั่งรูปตะกร้าขึ้นมาใหม่โดยได้แรงบันดาลใจมาเสียอีก

ศรัณย์: 

ตะกร้าเลยครับ เอามาเฉือนเลย ไม่ได้หล่อขึ้นมาใหม่ ไม่มี๊ (หัวเราะลั่น) ดิบมาก! แล้วเวลาทำสีทำยังไง ก็พ่นสีสเปรย์ทับพลาสติกไปเลย เหมือนงานพร็อพ (หัวเราะ) แต่หลังๆ เราเริ่มเรียนรู้แล้วว่าการพ่นสีพลาสติกมันไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง สีมันหลุดครับ (หัวเราะ) เลยใช้วิธีหาตะกร้าที่มีสีที่เราต้องการและทำสีขาให้ตรงกับตะกร้าเอา ดิบกว่า! (หัวเราะร่วน) ตอนหลังตะกร้านี่รู้แหล่งผลิตเลยครับ แล้วเวลาปั๊มตัวหนังสือข้างๆ นี่เราก็สั่งได้เลยว่าเราจะเอาคำว่าอะไร แบบ "เจ๊เข่ง" อะไรแบบนี้ หลังๆ นี่เริ่มหาตะกร้าที่ใช้จริงๆ มาแล้วด้วย แล้วก็ให้ช่างไม้ทำขาแต่ละตัวให้ไม่เหมือนกัน แต่ตอนนี้ช่างตายไปแล้ว คือเสียชีวิต เลยทำต่อไม่ได้ ก็ต้องหาผู้ผลิตใหม่อีก

WURKON: 

มันเป็นอะไรที่โคตรหัตถกรรมเลยนะครับ

ศรัณย์: 

พูดง่ายๆ คือผมไม่ได้เรียนเฟอร์นิเจอร์มาโดยตรงน่ะครับ ถึงเรียนก็ความรู้น้อยมาก ก็เลยแบบ เราคิดว่าเราทำอย่างงี้ได้ ก็หั่นมันอย่างงี้แหละ มันก็นั่งได้นี่ แล้วจำได้คือตัวต้นแบบตัวแรก วิธีการปิดหัวน็อตของผมน่ารักมาก คือเอากระดุมทากาวแล้วแปะหัวน็อต (หัวเราะ) น่ารัก! คิวต์ๆ โคตรผิดเลย! (หัวเราะ)

WURKON: 

กลายเป็นว่าไม่มีกรอบไปเลย

ศรัณย์:

ใช่ครับ พูดง่ายๆ การไม่มีกรอบก็คือการไม่มีความรู้นั่นเอง (หัวเราะร่วน) หลังๆ โอเค พอจบงานนั้นมีคนสั่งมาเยอะเราก็ไปศึกษาว่ามันต้องทำยังไง ส่งออกเป็นยังไง ก็เลยเริ่มมีความรู้ขึ้นบ้าง ตอนหลังเวลาส่งลูกค้าก็น็อกดาวน์ไปได้ จริงๆ ตัวนี้ก็ยังเป็นไอเท็มเดียวที่ยังขายได้อยู่ แต่ผมจะทำเป็นแบบ เวลามีนิทรรศการ หรือมีออเดอร์จากลูกค้าต่างประเทศค่อยเปิดทำทีละล็อต ขี้เกียจมานั่งเก็บสต็อค

WURKON:

ไม่ได้ทำงานแบบอุตสาหกรรมแต่ทำแบบจำนวนจำกัดมากกว่า?

ศรัณย์: 

ใช่ เพราะว่าคนหั่นนี่คือที่บ้านผมเองแหละครับ เวลาเอาตะกร้ามาแล้วต้องหั่นนี่ พ่อผมเองแหละครับ เขาจะทำสีเก่งมาก (หัวเราะ) อย่างล่าสุดก็ทำให้แบรนด์ญี่ปุ่นแบรนด์นึง ก็เลยเปิดล็อตใหญ่ แล้วก็ทำพ่วงเป็นสต็อคอีกหน่อยนึง สยามดิสคัฟเวอรี่ก็ซื้อไป มันก็ไปได้ประมาณนึง แต่มันก็คงไม่ทำให้ผมรวยขึ้นหรอกครับ แต่อย่างน้อยมันก็เป็นวิธีการบริหารสต็อกที่ผมว่ามันไม่เข้าเนื้อแล้วก็มีกำไรเหมือนกัน

Caricature as Furniture

WURKON: 

อย่างเก้าอี้ชุด Caricature as Furniture นี้ก็ดังเหมือนกันนี่ครับ

ศรัณย์: 

โดนฟ้องเลยดัง (หัวเราะ) ทเวนตีท์เซนจูรีฟอกซ์ฟ้อง เพราะเราบอกว่าเราได้แรงบันดาลใจมาจากซิมป์สัน ซึ่งเขาบอกว่าไม่ได้ คือตอนนั้นเราเอาเรื่องของวัฒนธรรมป๊อป หนังฮอลลีวูดอย่าง แฮร์รี พ็อตเตอร์, เลดี้ กาก้า, เกรซ โจนส์, นาโอมิ แคมป์เบล, ซิมป์สันส์ มาทำเป็นฟอร์มเก้าอี้ง่ายๆ เหมือนเป็น Minimal Illustration น่ะครับ

WURKON: 

ลักษณะการคิดงานเฟอร์นิเจอร์ชุดนี้ของคุณศรัณย์มันเป็นอะไรที่ตรงไปตรงมามากเลยนะ ดูๆ ไปก็ คล้ายกับกราฟิกดีไซเนอร์มากว่าโปรดักต์ดีไซเนอร์อีกนะ

ศรัณย์: 

ใช่ครับ อย่างตอนนั้นเราเคยบอกว่า Bad drawing is a good chair คือบางครั้งเรารู้สึกว่าเส้นดรออิ้งโง่ๆ มันก็กลายเป็นเก้าอี้ที่ดูเท่ได้

WURKON: 

แล้วสรุปว่าโดนฟ้องไหมครับ

ศรัณย์: 

ยังครับ ยังไม่ทันได้ฟ้อง คือเขาส่งจดหมายมาถามเราว่าขายไปกี่ตัว? ขายเท่าไหร่? (เราขายไปสี่ตัวเองไหม?) เราก็โอเค ไม่ทำไม่ขายอีกก็ได้ แล้วก็เปลี่ยนชื่อ มันตลกตรงที่ พอเราเปลี่ยนชื่อเป็น ZigZag เขาก็ไม่ฟ้องเราแล้ว แต่ที่ตลกกว่านั้นคือ สองปีให้หลัง เขาส่งจดหมายกลับมาว่า เขามีช่องทีวีไดเร็คของทเวนตีท์เซนจูรีฟอกซ์ คุณผลิตเก้าอี้ตัวนี้ให้เราได้ไหม เราจะทำขาย เราก็บอกให้เขาไปคุยกับทนายมาก่อนแล้วกัน เราไม่อยากมีปัญหา คือเราผลิตให้ได้ แต่ไปทะเลาะกันให้จบก่อน (หัวเราะ) จริงๆ ช่างผมก็ช่างบางโพธรรมดา ไม่ซับซ้อน มันสนุกตรงที่เราไม่มีโรงงานเป็นของตัวเอง เวลาผมจะทำเก้าอี้ผมก็มีสเก็ตซ์รูปซิมป์สันเป็นเก้าอี้ไปหาช่าง ไม่มีช่างคนไหนอยากทำให้ผม ผมก็เลยต้องใช้วิธีการบอกว่า พี่ ก็เก้าอี้ธรรมดาแหละ เพียงแต่พี่ทำอย่างนี้เพิ่มแค่นั้นเอง เป็นการหลอกช่าง (หัวเราะ) ตอนหลังเขาก็รู้แล้วว่าโดนหลอก ก็เออ ทำให้ก็ได้ เอาแบบมา แล้วยากๆ ทั้งนั้นเลย จะมีอยู่ตัวนึงที่เป็นนกฮูกของแฮร์รี พ็อตเตอร์ เป็นงานแกะสลักขาเป็นรูปขนนก ยากมาก แกะมือดิบๆ เนี่ยแหละ แต่เขาก็ดูสนุกนะ

WURKON: 

งานแบบนี้ของคุณศรัณย์เรียกว่าเป็นคอนเซ็ปช่วลดีไซน์ใช่ไหมครับ

ศรัณย์: 

ใช่ครับ ถ้าใครถามผม ผมก็จะตอบแบบนั้น อย่างช่วงแรกๆ ผมก็จะทำแต่เก้าอี้เหมือนกัน แบบมีความหมกมุ่น (หัวเราะ) คนก็เลยจะเข้าใจว่าผมเป็นเฟอร์นิเจอร์ดีไซเนอร์ แต่เป็นแนวแปลกๆ แต่ช่วงหลังเรารู้แล้วว่าจริงๆ ใจความสำคัญของสิ่งที่เราอยากจะบอกมันไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์ แต่มันอยู่ที่เรื่องที่เราอยากจะเล่ามากกว่า เราก็เลยทำทุกรูปแบบเลย เหมือนเป็นการเล่าเรื่องราวผ่านข้าวของ หลังๆ ก็เริ่มมีงานออกแบบสิ่งพิมพ์ สไตลิ่ง เซ็ตดีไซน์เข้ามาค่อนข้างเยอะขึ้น

WURKON: 

นอกจากงานเฟอร์นิเจอร์ที่เรารู้จัก ช่วงหลังคุณศรัณย์ก็ทำงานในหลากสื่อหลายแขนงมาก ทั้งงานตกแต่งภายใน งานกราฟฟิก ดูแลภาพลักษณ์องค์กร เป็นสไตลิ่ง ทำเอดิทอเรียลให้แมกกาซีนด้วย

ศรัณย์: 

ทำเยอะอย่างงี้ทำไม? จะถามอย่างงี้ใช่ป่ะ (หัวเราะ) คุณศรัณย์ต้องมีแรงบันดาลใจมากมายแน่ๆ เลย ไม่ครับ ผมมีหนี้เยอะมาก (หัวเราะร่วน) ขับเคลื่อนด้วยหนี้ คือจริงๆ ผมว่ามันก็ยังอยู่ในศาสตร์เดียวกัน คือ Storytelling น่ะครับ แต่ถามว่าทำได้ยังไงคือตอนแรกผมทำทั้งงานประจำ งานไม่ประจำ มันเหมือนถ้ามีอะไรเข้ามาผมจะไม่สนว่าเราจะทำได้ไหม ผมจะกระโจนเข้าไปก่อน อย่างตอนนี้ทำให้ สยามดิสคัฟเวอรี่ ทำให้ HARNN ทำให้ cotto อะไรอย่างงี้ แต่ละโปรเจ็กต์เขาก็จะให้เราดูคนละส่วน อย่างสยามดิสคัฟเวอรี่ก็จะดูเรื่อง Display, Merchandising, Concept, Storytelling อะไรอย่างงี้ครับ HARNN ก็เป็น Art Director ดูแลในเรื่องของ Packaging เยอะหน่อย

Gold Cheese Installation สยามดิสคัฟเวอรี่

Chair Installation สยามดิสคัฟเวอรี่

HARNN Design & Packaging

WURKON: 

แสดงว่าภาพลักษณ์ของ HARNN ที่เราเห็นในหน้าร้านตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก็เป็นผลงานของคุณศรัณย์นี่เอง

ศรัณย์: 

ใช่ครับ แต่มันก็เป็นการทำงานร่วมกันกับทีมดีไซเนอร์ของเขา และเจ้าของเองก็เป็นสถาปนิกด้วย

WURKON: 

อย่างสยามดิสคัฟเวอรี่ก็ได้ทำงานร่วมกับ โอกิ ซาโต้ จาก Nendo ด้วยใช่ไหมครับ

ศรัณย์: 

ใช่ครับ ก็ได้เจอเขาครั้งสองครั้ง เขาก็ดูเทพดีนะครับ ส่วนเรานี่ต้องแบกของเยอะมากขึ้นลิฟต์คนงาน กว่าจะมาอยู่ในห้องประชุมได้ (หัวเราะ)

WURKON: 

ลักษณะการทำงานของคุณศรัณย์จะแตกต่างกับดีไซเนอร์เมืองไทยส่วนใหญ่ที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาอย่างเช่น ถ้าเป็นเฟอร์นิเจอร์ดีไซเนอร์ก็จะทำแต่เฟอร์นิเจอร์อย่างเดียว ถ้าเป็นกราฟฟิกดีไซเนอร์ก็จะทำแต่กราฟฟิกอย่างเดียว เขาจะไม่ค่อยทำงานข้ามสายกัน แต่คุณศรัณย์ไม่ใช่แบบนั้น ซึ่งคล้ายกับดีไซเนอร์เมืองนอกหลายๆ คน แต่ดีไซเนอร์พวกนั้นส่วนใหญ่จะมีทีมงาน แล้วก็เป็นดีไซน์ไดเร็คเตอร์ที่คอยควบคุมอีกที แล้วคุณศรัณย์ล่ะครับ เป็นแบบไหน

ศรัณย์: 

โฮ้ยยย เหนื่อย! (หัวเราะ) เดินสำเพ็งก็ต้องแบกของเองครับ แล้วก็เรียกอูเบอร์มารับ ที่ออฟฟิศมีทีมงานประจำอยู่แค่สามคน รวมเราก็เป็นสี่ ทีมงานประจำก็อิเหละเขละขละเหมือนกัน ทำได้ทุกอย่าง แต่เวลามีงานของลูกค้าที่พิเศษเราก็จะเรียกผู้เชี่ยวชาญมาช่วย อย่างสมมติทำงานเลย์เอาท์ให้ cotto เราก็จะเรียกทีมเลย์เอาท์ที่เรียกว่าเปรี้ยวที่สุดมาทำงานด้วยกัน ในแง่ของการรันสตูดิโอก็มีข้อดีคือลูกค้าได้งานที่ดี เราก็เหนื่อยน้อย แต่ข้อเสียคือกำไรมันน้อย เพราะเราต้องแบ่งกับคนอื่น แต่เราไม่สน กำไรมากกำไรน้อยขอให้มันได้งานเปรี้ยวๆ ออกมา ณ จุดนี้เราก็เป็นสตูที่เพิ่งตั้งมาสามสี่ปี ปลั๊กไฟก็เคยออกแบบครับ ลูกค้าถือโมลด์ปลั๊กมาให้ทำ

WURKON: 

แล้วออกมาเปรี้ยวไหม?

ศรัณย์: 

ก็ยังไม่ออกมาสักที (หัวเราะ) คือปลั๊กผมเปรี้ยว แต่ผมไม่รู้เขาผลิตได้หรือเปล่า ส่งอินวอยซ์ไปเก็บตังอย่างเดียว ทำเสร็จแล้ว (หัวเราะ)

WURKON: 

ดูเหมือนหัวใจสำคัญในการทำงานของคุณศรัณย์คือความสนุก

ศรัณย์: 

ก็สนุกด้วยแหละ แต่ประเด็นคือพอมันเป็นดีไซน์เซอร์วิสมันมีสองส่วนที่เราทำคือ คอนเซ็ปช่วลดีไซน์ที่เราริเริ่มขึ้นมาเอง เราอยากจะพูดเราอยากจะเล่าเรื่องอะไร ส่วนงานที่เป็นลูกค้านี่ผมเป็นพ่อค้าเลย พี่อยากได้อะไรครับ เราพยายามจะคุยให้รู้ให้ได้ว่าเขาต้องการอะไร Hot Pot ผมก็ทำมาแล้ว เขามีออกเชนใหม่ชื่อ Signature Steak Loft เป็นร้านสเต้กเราก็ทำตั้งแต่โลโก้ยันตกแต่งภายใน คอนเซ็ปต์ อะไรอย่างงี้

WURKON: 

งานแบบนี้คุณศรัณย์ก็จะประนีประนอมหน่อยใช่ไหมครับ

ศรัณย์: 

ไม่ประนีประนอม ผมเอาใจเลยล่ะ! ใช้คำว่าเลียตูดลูกค้าเลยก็ได้ (หัวเราะร่วน) แต่ในวิธีการขายงานของผมเนี่ยมันจะมีตัวเลือก เอ บี ซี ให้ลูกค้าเสมอ ซึ่งเราตัดตัวเลือกอื่นที่มันทุเรศมากๆ ออกไปแล้ว เพราะฉะนั้นคุณจงเลือกที่เราชอบมากหรือชอบน้อยแค่นั้น (หัวเราะ) ซึ่งผมสังเกตมาหลายครั้งแล้วว่าถ้าลูกค้าที่เข้าใจเรื่องดีไซน์ จะคุยกันง่าย ก็มีเหมือนกันนะลูกค้าที่ไม่เก็ตว่าดีไซน์มันไปช่วยเพิ่มมูลค่าอะไรให้กับเขา เขาแค่อยากได้คนบริการเท่านั้นเอง แล้วเงินถึงทุกคนเลยนะ แต่สุดท้ายแล้วก็เราจะทำงานด้วยยาก

JOINT Cafe & Workspace

WURKON:

แล้วความเป็น Storytelling เนี่ย ลูกค้าหรือคนในแวดวงดีไซน์ตอนนี้เข้าใจเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหนครับ

ศรัณย์:

ถ้าเป็นองค์กรใหญ่อย่างสยามดิสคัฟเวอรี่ คำนี้คืออยู่ในแบรนดิ้งของเขาเลย ซึ่งสำหรับเขามันก็เป็นคำใหม่อยู่ดี แต่ผมมองว่ามันเป็นการประดิษฐ์ชื่อเรียกใหม่มากกว่า เอเจนซีโฆษณามีคนแบบผมอยู่เต็มไปหมดอยู่แล้ว แต่ผมอาจจะได้เปรียบกว่าตรงที่ผมมีเครื่องมือในการเลือกเล่ามากกว่าชาวบ้านนิดนึง นักโฆษณาอาจจะพูดถึงหนัง ไวรัล พูดถึงเรื่องของ Print Ad ในสื่อแบบดั้งเดิม แต่ในบริบทที่เราเรียนรู้มาเนี่ย จริงๆ แล้วอะไรก็เล่าเรื่องได้ ตรงนี้ก็เลยยังเป็นข้อได้เปรียบอยู่ แต่เดี๋ยวอีกหน่อยก็จะมีคนทำอีกเยอะ เพราะตอนนี้คอร์สในอังกฤษ สวีเดน กับอเมริกา ก็ที่เรียนสามที่ที่ใช้คำนี้

WURKON:

แม้กระทั่งในเมืองไทยเองคุณศรัณย์ก็เปิดเวิร์คช็อปเกี่ยวกับ Storytelling ด้วย

ศรัณย์:

เพิ่งเปิดเองครับ คือมันจะมีคอร์สผู้ประกอบการที่เชิญเราไปพูด แล้วเราก็ตั้งใจทำสไลด์มาก เราเสียดายวัตถุดิบ เลยลองโพสต์ในเฟซบุ๊กเล่นๆ ว่ามีสไลด์เหลืออยู่ มีใครอยากฟังไหม ก็ปรากฏว่ามีคนอยากฟัง ก็ดี (ยิ้ม) อันนี้คนจัดชื่อ Atelier Rudee ครับ เขาจะทำเวิร์คช็อปเกี่ยวกับความรู้ สอนทำงานโลหะ งานแกะกลึงไม้ ปกติจะเป็นงานฝีมือ แต่อันนี้เป็นงานความคิด ไม่ต้องพกอะไรมาเลย เอามาแต่สมุดโน๊ตอย่างเดียว

WURKON:

นอกจากนั้นคุณศรัณย์ก็ขึ้นไปพูดบนเวที TED Talk ด้วย

ศรัณย์:

ใช่ครับ ตอนนั้นผมพูดประเด็นเรื่อง Good in the Bad คือการที่เราเห็นของชิ้นนึงแล้วเราบอกว่ามันไม่ดีเนี่ย แต่จริงๆ ผมบอกว่าเราสามารถหาสิ่งที่ดีในความไม่ดีนั้นได้ ใจความสำคัญมันเป็นเรื่องแบบนั้น ก็จะหยิบตั้งแต่ชีวิตตัวเอง ซึ่งเราก็เป็นเด็กที่อยู่บ้านที่นนทบุรี บ้านไม่ได้ร่ำรวย แล้วก็เปรียบเทียบชีวิตกับเรื่องของงานดีไซน์ ซึ่งงานดีไซน์ของเราก็จะเอาอะไรที่คนทั่วไปมองมองว่ามันไม่ดีมาทำตลอด หยิบอะไรที่มันบ้านๆ หรืออะไรที่คนมองว่ารสนิยมเห่ยมาทำ

WURKON:

เหมือนกับคุณมองเห็นความงามที่คนอื่นมองไม่เห็นในสิ่งเหล่านั้น

ศรัณย์:

ถูกต้อง ผมว่ามันคือการ Critical thinking (การคิดเชิงวิพากษ์) ว่ามันไม่ดีจริงเหรอ? แล้วมันก็มีความกวนส้นตีนอยู่ด้วย หลายอย่างที่คนบอกว่าดีเราก็จะชอบแบบ อื๋อออ? (เสียงสูง)

WURKON:

แล้วอย่างถุงกระสอบของ Balenciaga นี่มันเป็น Critical thinking เหมือนกันไหมครับ? (น้องตากล้องหนุ่มน้อยหน้ามนของเราที่นั่งฟังอยู่นานแล้ว อดไม่ได้ต้องยิงคำถามขึ้นมาบ้าง)

ศรัณย์:

เป็นคำถามที่ดีมากนะครับ ผมคิดว่ามันก็คืองาน Juxtaposition (การสร้างคู่เปรียบ) เหมือนกัน เพราะเราดูบนรันเวย์ชุดเขามันก็หรูหราทั่วไป อยู่ๆ มันก็มีอะไรที่มันไม่ถูกต้องเข้ามา ผมว่าก็เป็นการเปรียบเปรยสิ่งที่มันอยู่ข้างกัน

WURKON:

งานแบบนี้มันเหมือนกับคอนเซ็ปต์ดีไซน์ เป็นคอนเซ็ปต์แฟชั่นเหมือนกัน

ศรัณย์:

ใช่ๆ ผมว่าเขาจัดวางองค์ประกอบนายแบบกับนางแบบกับวัตถุที่เขาถือตอนนั้น เจ๋งดี แล้วมันก็รู้สึกใหม่จริงๆ พอเห็นบนรันเวย์แล้วมันก็เมคเซนส์นะ ผมว่ามันน่าสนใจตรงที่มันทำให้คนไทยมีความสนใจกับโลกแฟชั่นขึ้นมา อยู่ดีๆ คำว่า Balenciaga ก็กลายเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว ดีครับ

WURKON:

คุณศรัณย์นิยามงานของตัวเองยังไง เป็นงานดีไซน์ที่มีความเป็นไทยไหม

ศรัณย์:

บังเอิญว่าผมชอบความบ้านๆ คือสิ่งที่ผมหยิบมามันไทยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว พอทําออกมาผมก็ไม่ได้สนใจหรอกว่ามันจะไทยหรือไม่ไทย อย่างทําแพ็คเกจจิ้งก็เอาถุงกล้วยแขกมาทําเป็นพิมพ์ฟอยล์อะไรแบบนี้ บังเอิญเราชอบอะไรไทยๆ แต่ผมว่าวิธีหยิบและแปลมันออกมาเป็นงานมันเป็นสากล มันเป็นวิธีคิดแบบที่ฝรั่งเขาคิดกัน

WURKON: 

เหมือนเวลาภาครัฐไปออกแฟร์ต่างประเทศ หรือชุดประจําชาติของนางงามที่ทําเป็นชุดรถตุ๊กตุ๊ก ชุดเจดีย์ อะไรแบบนี้เหรอครับ

ศรัณย์:

อ้าาาาาาาาห์ (ร้องลั่น) เฮ่อ! (ถอนหายใจแรง) พูดแล้วผมท้อแท้ทุกครั้งเลย เวลาเราไปออกงาน แฟร์ต่างประเทศเนี่ย เราจะเห็นแบบ มาอีกแล้ว รําฉุยฉายโชว์อีกแล้ว มันจะเหมือนงาน Thai Night ของพวกนักเรียนต่างประเทศน่ะ ทํามากี่สิบปีแล้ว ไม่เบื่อกันบ้างเหรอ? คือผมเข้าใจเขานะ เพราะว่าผมก็เคยเข้าไปคุย ไปร่วมงานกับเขา ว่าเขาต้องโปรโมทความเป็นไทยแนวนี้ หรือไม่ก็พวกงานไผ่จักสานอะไรพวกนี้ ซึ่งมันไม่ใช่ไม่ดี มันก็ดี แต่มันผิดที่วิธีที่เขาหยิบมานําเสนอมากกว่า ของเหล่านั้นมันไม่ผิดเลย

WURKON:

ดีไซเนอร์ไทยที่ทํางานไผ่จักสานได้ร่วมสมัยก็มีนะครับ อย่างคุณกรกต อารมย์ดี เป็นต้น

ศรัณย์:

คุณกรกตเก่งมากกกกก ผมว่าปัญหาก็คือเราพยายามจะสร้าง The Next กรกต โคลนนิ่งมาอีกสิบห้าล้านคนน่ะ แต่ประเด็นก็คือวิธีการขายคนแบบคุณกรกตมันขายด้วยวิธีแบบ Thai Night ไม่ได้ แล้วน่ะ

WURKON:

แล้วคนแบบคุณกรกตก็มีได้คนเดียวด้วย วัตถุดิบที่ใช้อย่างไม้ไผ่มันก็เป็นรากเหง้าของภูมิปัญญาท้องถิ่นของเขา

ศรัณย์:

ใช่ ถูก! คือถ้าตามดูงานดีไซน์ของภาครัฐ เราจะเห็นว่ามันมีเซ้นส์ของการขับเคลื่อนด้วยวัตถุดิบอยู่ คือยังผูกอยู่กับไผ่ ผ้า โน่นนี่นั่น ซึ่งผมว่ามันไม่ควร ยกเว้นว่าคุณเป็น อิซเซ่ มิยาเกะ แต่ อิซเซ่ มิยาเกะ เนี่ย เห็นเขาเป็น Material Driven ก็จริง แต่เขามีนวัตกรรมใหม่ๆ เขามีเรื่องของไอเดีย เขามีเรื่องราวเต็มไปหมดเลย ผมเลยรู้สึกว่ามันผิดประเด็นนิดนึง ถ้าเราจะเอาวัตถุดิบเป็นตัวเริ่มซะทีเดียว หรือเริ่มได้ แต่วิธีการเล่ามันต้องไม่เป็นโทนเดียวกันมาสิบห้าปีอะไรแบบนี้ พูดแล้วก็อินทุกที เลยน่ะ

WURKON:

แต่ในขณะเดียวกัน ในแวดวงศิลปะ ศิลปินไทยอย่าง ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช หรือ อริญชย์ รุ่งแจ้ง ที่หยิบของไทยๆ อย่างอาหารไทย ขนมไทยมาทํา กลับมีความร่วมสมัยและเป็นสากลได้

ศรัณย์:

เออ น่าสนใจ ผมมองว่าศิลปินไทยอย่างคุณฤกษ์ฤทธิ์ หรือคุณอริญชย์ เขาอาจจะมี Creative Control ในแง่ของวิธีการเล่าเรื่องของเขา แต่งานดีไซน์ของภาครัฐบ้านเราผมว่าเขาต้องการที่จะนําเสนอความเป็นไทยในแบบที่จับต้องง่ายๆ ก็เข้าใจเขานะ แต่ถ้าเป็นไปได้เราอยากเห็นวิธีการนําเสนอความเป็นไทยในแบบที่มันร่วมสมัยกว่านี้ ผมว่าสิ่งที่เราพยายามจะทําคือการพูดว่า "ไทยสไตล์" มันจะเป็นสิ่งที่จับต้องได้ หรือมีคุณค่าแบบเดียวกับเจแปนนิสสไตล์ได้ไหม? แต่ถึงกระนั้นตอนนี้เราก็ยังไม่รู้เลยว่า ไทยดีไซน์ ไทยสไตล์ที่แท้จริง มันคืออะไรกันแน่?

WURKON: 

หรือมันจะเป็นชุดรถตุ๊กตุ๊กชุดเจดีย์กันแน่?

ศรัณย์:

เออ! หรือนั่นคือทางที่เราจะต้องไปจริงๆ เป็นอะไรแบบเอะอะมะเทิ่ง ถ้าจะมาเวย์นั้นผมก็ถนัดเลยนะ (หัวเราะ)

WURKON:

จริงๆ มันก็เกือบๆ จะดีแล้วนะ แต่มันขาดความพอดี เหมือนเราไม่รู้ว่าควรจะหยุดตรงไหน

ศรัณย์:

ผมว่าเราไม่ได้แปลมัน แต่เอาไปแบบโต้งๆ น่ะ แต่ที่ทําออกมาได้ดีก็มีนะ อย่าง Thinkk Studio สตูดิโอออกแบบที่ทําเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์และโปรดักต์ดีไซน์ไทยที่เป็นสากลที่ดังและเป็นที่ยอมรับในระดับโลกเนี่ย รัฐก็ให้การสนับสนุน แต่เวลาเขาจะนําเสนอสินค้าใหม่ๆ หรือทําประชาสัมพันธ์อะไรเนี่ย เขาก็จะมีระบบการจัดการในแบบของเขาเอง ซึ่งผมว่าดีไซเนอร์รุ่นใหม่ต้องทําอย่างนี้ให้ได้ ต้องทําให้เป็น เพราะโลกมันแคบแล้วตัวกลางมันน้อยเราก็ยิงตรงเลยไม่ต้องผ่านใคร

WURKON: 

เพราะการสื่อสารในโลกทุกวันนี้มันก็ไร้พรมแดนแล้ว

ศรัณย์:

ใช่ครับ มันทําให้เรามีอิสรภาพในการเล่าเรื่อง และนําเสนอภาพของเราเองอย่างที่เราอยากให้มันเป็นดีกว่า

What happens in Buddhism stays in Buddhism

Yuan Still-life & CAST Exhibition @ Speedy Grandma

Pipe Dynasty

WURKON:

เอาจริงๆ ที่ทางของงานดีไซน์แบบของคุณศรัณย์ดูแล้วไม่เหมือนงานดีไซน์จะค่อนไปทางศิลปะร่วมสมัยมากกว่าหรือเปล่าครับ

ศรัณย์:

คําถามนี้ผมก็เจอบ่อยว่าเป็นดีไซน์หรืออาร์ต ตอนเรียนปีหนึ่งอาจารย์เขาก็จะสอนว่าดีไซน์มันต่างกับอาร์ตยังไง แต่ทุกวันนี้ผมว่ามันยากจังเลย เพราะผมก็ยังไม่เข้าใจว่าเราจะแยกแยะมันยังไง ผมว่ามันเป็นเฉดสีเทาน่ะ มันมีมากมีน้อย งานดีไซน์บางอันมันกระเดียดไปทางอาร์ต งานอาร์ตบางอันของ เดเมียน เฮิร์สต์ มันแทบจะเป็นงานดีไซน์อยู่แล้ว ผมว่ามันไม่น่าจะแยกแยะกันง่ายขนาดนั้น

WURKON: 

ในขณะเดียวกันคุณศรัณย์เองก็ทําลายเส้นแบ่งระหว่างอาร์ตและดีไซน์ด้วยการจัดนิทรรศการที่เอา ศิลปินมาทํางานดีไซน์ทําเก้าอี้อะไรด้วย

ศรัณย์:

ใช่ๆๆ หลังๆ เราก็เริ่มคาบเกี่ยวไปที่อาหาร ฟู๊ดดีไซน์ ล่าสุดก็ไปทําเคเตอร์ริ่ง แบบเออ สนุกดี ผมว่าผมเจอวิธีที่ผมจะเล่าเรื่องแล้ว ก็คือการไม่มีวิธีนั่นเอง ทําได้ทุกเครื่องมือ แต่เราจะเอาเรื่องมาก่อนเสมอ

WURKON:

อย่างเวลาไปทําฟู๊ดดีไซน์ ในฐานะที่เราเป็นดีไซเนอร์ เราไปมีส่วนร่วมแค่ไหนบ้างครับ

ศรัณย์:

เราจะดูเรื่องคอนเซ็ปต์ จริงๆ เราทําอาหารไม่เป็น ห่วยมาก ที่บ้านไม่มีแม้กระทั่งไมโครเวฟ แต่เราจะดูเรื่องคอนเซ็ปต์ อย่างตอนนั้นทําให้เอ็มโพเรียม เขาจะมีแบรนด์เสื้อผ้าที่มีคาแรคเตอร์สิบเอ็ดแบรนด์ เราจะแปลคาแรคเตอร์มันออกมาเป็นอาหารได้ยังไง เราก็จะเอาเชฟมานั่งช่วยกันคิด ว่า เฮ๊ย เราต้องการสีทองนะ แบรนด์นี้มีความเป็นอินเดีย มีดอกไม้เยอะ มีความ ethnic เราก็จะทําเป็นแซลมอนคลุกกับน้ำบีทรูท โน่นนี่นั่น มีดอกไม้

WURKON:

เหมือนคุณศรัณย์ทําในแง่ของภาพลักษณ์และแนวคิด ส่วนเชฟก็ทําในแง่รสชาติและการปรุง

ศรัณย์:

ใช่ เขาก็เหมือนช่างบางโพของผมนั่นแหละ คือเราแปลมันก่อน เครื่องมือเราก็ไปหาช่าง ช่างทําเก้าอี้ ช่างทํารองเท้า ช่างทําโน่นนี่ เขาก็คือคนที่ทําเรื่องทางเทคนิคให้เราได้ มันก็คือการแปลไอเดีย ออกมาเป็นสิ่งที่จับต้องได้

Familiar Faces

WURKON:

ดูงานคุณศรัณย์แล้วนึกถึงดีไซเนอร์คนนึง คือ สเตฟาน แซกมายสเตอร์ คือเขาไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นแค่กราฟฟิกดีไซเนอร์ แต่เขาใช้สื่อทุกอย่างในการเสนอความคิดของเขาออกมา

ศรัณย์:

โห! เหรอ ตายแล้ว! ด้วยทัศนคติใช่ไหม ผมชอบเวลาเขาทํารายการโชว์ตอบปัญหาน่ะ กวนตีนมาก คือไม่ได้เป็นแฟนฮาร์ดคอร์ของเขานะครับ แต่พอชอบงานอะไรปุ๊บแล้วไปกูเกิ้ล ก็จะ งานคนนี้อีกละ! แต่ตอนนี้ผมเองก็พยายามจะขัดเกลาตัวเองในสิ่งที่คนรับรู้อยู่นะ ปัญหาของผมก็คือ ลูกค้าของผมยังต้องเป็นคนที่เข้าใจว่าตัวเองต้องการอะไรจริงๆ เขาถึงจะเดินมาหาเรา

WURKON:

นอกจากงานดีไซน์แล้ว เราก็ยังติดตามเฟซบุ๊กของคุณศรัณย์ด้วย อ่านแล้วรู้สึกว่าคุณศรัณย์ก็เล่าเรื่องด้วยการเขียนได้สนุกมากๆ เหมือนกัน

ศรัณย์:

เหรอ อันนี้เป็นเครื่องมือที่ผมไม่มั่นใจที่สุดเลยนะ (หัวเราะ)

WURKON:

คําถามสุดท้าย มีอะไรอยากฝากไปถึงนักออกแบบและคนทํางานสร้างสรรค์รุ่นใหม่เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาบ้างครับ

ศรัณย์:

มีเยอะเลย เพราะตอนหลังๆ ทํางานกับเด็กรุ่นใหม่เยอะ คือผมรู้สึกว่าผมอาจจะอยู่ในช่วงคาบเกี่ยวพอดี เป็นยุคเสื่อผืนหมอนใบหรือเปล่า คือเรารู้สึกว่ายังไงเราก็ต้องทํางานหนักอยู่ ไม่มีทางลัด แต่ประเด็นคือน้องสมัยเนี้ย "พี่โอครับ ถ้าผมจะกูเกิ้ลเฟอร์นิเจอร์แนวพี่โอผมต้องใส่คีย์เวิร์ดว่าอะไร ครับ?" เฮ๊ยมึง! โลกคิดค้นกูเกิ้ลมาให้มึงแล้ว มึงยังต้องให้กูคิดค้นคีย์เวิร์ดมาให้มึงอีกเหรอ? มึงก็เสิร์จมึงก็พิมพ์อะไรไป เดี๋ยวมึงก็เจอเอง! เรารู้สึกว่าเดี๋ยวนี้โลกมันง่าย ทําให้ความพยายามของคนรุ่นใหม่อาจจะน้อยลงหรือเปล่า มึงต้องได้อะไรด้วยวิธีที่มันยากกว่านี้นิดนึงนะ หรือบางครั้งแบบ "ที่พี่โอเคยโพสต์เมื่อประมาณห้าปีที่แล้วว่าต้องเขียนจดหมายสมัครงานยังไง พี่โอช่วยโพสต์ให้ผมอีกทีได้ไหมครับ" อ๋อ มึงจะให้กูใช้เวลาสิบห้านาทีเพื่อย้อนไทม์ไลน์ให้มึง หรือมึงจะให้กูพิมพ์ตรงนี้ให้อีกรอบไหม? มึงก็กูเกิ้ลเอาเซ่! อะไรอย่างงี้ คือโลกมันง่ายมาก อย่างมีคนชอบถามว่า "เธอรู้จักช่างทําหนังไหม" รอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวกูกูเกิ้ลให้ อ่ะ มึงเอาสองโพสต์แรกนะ สงสัยผมต้องเปิดคอร์ส How to Google แล้วน่ะ (หัวเราะ) ผมว่ามันง่ายไปน่ะ พอพูดแบบนี้ทําให้เรารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนหัวเก่าไปในทันทีเลยอ่ะ คือมันยาก... ตรงไหนวะ? แค่นี้แหละ ไม่ได้เป็นแรงบันดาลใจอะไรเลย (หัวเราะลั่น) น้องช่วยทํางานหนัก และรู้จักกูเกิ้ลให้เป็นครับ (หัวเราะ)

ภาพถ่ายบุคคลโดย วรกร ฤทัยวาณิชกุล 

ขอบคุณภาพงานดีไซน์จาก 56th Studio www.56thstudio.com 

#WURKON #saranyenpanya #conceptualfurniture #storytelling #aesthetically #kitsch #furnituredesigner #graphicdesigner #interiordesigner #corporateidentitydesigner #visualcommunication #conceptualfurniture #storytelling #aesthetically #kitsch #furnituredesigner #graphicdesigner #interiordesigner #corporateidentitydesigner #visualcommunication #thepoliticsoftaste #cheapassslites #caricatureasfurniture #minimalillustration #baddrawingisagoodchair #aesthetically #สยามดิสคัฟเวอรี่ #display, #merchandising #packaging #graphicdesign #HARNN #cotto #goodinthebad #tedtalk #criticalthinking #merchandising #packaging #graphicdesign #HARNN #cotto #goodinthebad #tedtalk #criticalthinking #juxtaposition #แรงบันดาลใจจากงานออกแบบ

สัมผัสกับสุนทรียะทางดีไซน์และความล้ำสมัยในการผลิตจากการออกแบบวิถีชีวิตการทำงานยุคใหม่ได้ที่ WURKON ผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบพื้นที่สำนักงานและพื้นที่สาธารณะสมัยใหม่ www.wurkon.com

สามารถติดตามข่าวสารทุกวันได้ที่ : www.facebook.com/WURKON

สอบถามข้อมูลได้ที่ Tel : 02-005-3550 Fax : 02-005-2557

Official Line : @wurkon (มี @ ด้วย) / Twitter : @wurkon

Follow Instagram : @wurkon

Related Stories

Our VR Showroom
Address

71/15 Soi Pattanavate 12, Sukhumvit 71 Road, Prakanong-Nua, Wattana, Bangkok 10110, Thailand

Call Us
  • (66) 02-005-3550
  • (66) 097-157-8435
  • (66) 097-161-8536
Fax

(66) 02-005-2557

Opening Hours

Mon - Fri: 08:30 - 17:30