Blog

ประภาคารแห่งแรงบันดาลใจของเหล่าคนทำหนัง เอ็ดเวิร์ด ฮอปเปอร์

ประภาคารแห่งแรงบันดาลใจของเหล่าคนทำหนัง เอ็ดเวิร์ด ฮอปเปอร์

19 กรกฏาคม 2559

มีคำกล่าวว่า ศิลปะมักส่องทางให้แก่กัน หลายครั้งหลายคราที่ในวงการศิลปะมักมีการส่งแรงบันดาลใจข้ามผ่านกันระหว่างวงการศิลปะแขนงต่างๆ ผลงานศิลปะหรืองานสร้างสรรค์หลายต่อหลายชิ้นในสื่อประเภทหนึ่ง ต่างก็ล้วนแล้วแต่เคยได้รับแรงบันดาลใจหรืออิทธิพลมาจากผลงานศิลปะและสื่อสร้างสรรค์ประเภทอื่นๆ มาแล้วทั้งสิ้น

ภาพยนตร์ก็เป็นสื่อหนึ่งที่ได้รับแรงบันดาลใจและอิทธิพลมาจากสื่อต่างๆ หลากแขนงอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจากวรรณกรรม นาฏศิลป์ ดนตรี กวี ฯลฯ หรือแม้แต่งานทัศนศิลป์อย่างงานจิตรกรรมเองหลายต่อหลายครั้ง มันก็เป็นแรงบันดาลใจชั้นดีสำหรับคนทำหนัง ที่จะใช้มันเป็นแหล่งข้อมูลหรือต้นกำเนิดไอเดียในหนังของพวกเขา

มีศิลปินผู้หนึ่ง ที่ผลงานจิตรกรรมของเขาหลายต่อหลายชิ้นเป็นแรงบันดาลใจและจุดกำเนิดไอเดียราวกับเป็นประภาคารที่สาดส่องแสงสว่างทางปัญญาให้กับคนทำหนังและคนทำงานสร้างสรรค์คนแล้วคนเล่าจวบจนถึงปัจจุบัน

ศิลปินผู้นั้นมีชื่อว่า เอ็ดเวิร์ด ฮอปเปอร์ (Edward Hopper) จิตรกรและศิลปินภาพพิมพ์แนวสัจนิยม (Realism) ที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งของวงการศิลปะอเมริกัน

ผลงานของเขามักถ่ายทอดภาพชีวิตทั่วๆ ไปของคนอเมริกัน อย่าง ภาพปั้มน้ำมัน โรงแรม ร้านค้า หรือทางรถไฟ ที่ดูเผินๆ ก็ปกติธรรมดา แต่ด้วยการใช้แสงสีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มันกลับถ่ายทอดความเหงาหงอย แปลกแยก ที่แฝงอยู่ท่ามกลางความปกติธรรมดาของชีวิตในสังคมเมืองได้เป็นอย่างดี เขาหลงใหลผลงานสถาปัตยกรรมในยุควิกตอเรียน ซึ่งเสื่อมความนิยมไปแล้วในยุคสมัยนั้น เขาหลงใหลรูปทรง รูปแบบการประดับตกแต่ง แม้กระทั่งวิธีที่แสงเงาสาดกระทบไปยังมัน เขามักกล่าวว่า สิ่งที่เขาโปรดปรานที่สุด ก็คือการได้เขียนรูปแสงอาทิตย์สาดลงบนฝาผนังบ้านและอาคารเหล่านั้น และสิ่งนี้เองที่เป็นเอกลักษณ์ในผลงานของเขาตลอดมา

Nighthawks (1942) สีน้ำมันบนผ้าใบ

ภาพเขียนที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักที่สุดของเขาคือ Nighthawks (1942) รูปเขียนสีน้ำมันที่แสดงภาพของร้านอาหารในยามกลางคืน ที่ประกอบไปด้วยลูกค้าสองสามคนที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์ภายใต้แสงนีออนที่สาดส่องอยู่ในร้าน ท่ามกลางความมืดรอบข้างในยามราตรี เขาเขียนภาพนี้หลังจากที่สหรัฐเพิ่งถูกกองทัพญี่ปุ่นโจมตีอ่าวเพิร์ลฮาเบอร์ไม่นานนัก อนึ่ง Nighthawks ในที่นี้ หมายถึง ‘เหยี่ยวราตรี’ หรือคนกลางคืนผู้ไม่ยอมหลับนอน ตัวละครในภาพต่างคนต่างก็จมอยู่กับห้วงความคิดของตัวเอง แปลกแยก ไม่มีทีท่าว่าจะมีปฏิสัมพันธ์หรือพูดคุยกันเลย (หรืออาจหมายถึงร้านอาหารตอนกลางคืน ซึ่งมาจากคำว่า Hawker หมายถึงรถเข็นขายอาหารแบบบ้านเรานั่นเอง) Nighthawks สะท้อนให้เห็นถึงภาพชีวิตคนเมืองอันว่างเปล่าหงอยเหงา ที่ปรากฏอยู่ในสังคมเมืองทุกแห่งหน และสิ่งนี้เองได้กลายเป็นไอคอนที่คนหยิบยืมมาใช้อย่างแพร่หลายมาจนทุกวันนี้ ปัจจุบัน ภาพนี้ถูกแสดงอยู่ที่สถาบันศิลปะแห่งชิคาโก (Art Institute of Chicago)

ผลงานของเขาได้รับการยกย่องและนำกลับมาแสดงในพิพิธภัณฑ์ชั้นนำหลายแห่งทั่วโลก และถูกผลิตซ้ำและเลียนแบบหลายต่อหลายครั้ง และกลายเป็นแรงบันดาลใจและเชื้อไฟให้กับศิลปินและคนทำงานสร้างสรรค์ในยุคหลังต่อมา

ด้วยสไตล์การเขียนภาพที่คล้ายกับลักษณะของภาพยนตร์ การใช้องค์ประกอบของภาพที่กว้าง แสงเงาแบบโรงละคร ทำให้ผลงานของเอ็ดเวิร์ด ฮอปเปอร์ เป็นที่โปรดปรานและกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทำหนังหลายต่อหลายคน อาทิเช่น

House by the Railroad (1925) ภาพเขียนสีน้ำมันบนผ้าใบ

ฉากโมเตลริมทางเปลี่ยวในหนัง Psycho (1960)

ฉากในหนัง Days of Heaven (1978) 

ภาพเขียนชื่อ House by the Railroad (1925) ที่ส่งอิทธิผลต่อฉากโมเตลริมทางเปลี่ยวอันเป็นฉากคลาสสิคในหนังสยองขวัญระดับตำนานของ อัลเฟรด ฮิตช์ค็อก อย่าง Psycho (1960) และฉากบ้านโดดเดี่ยวกลางทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตาในหนัง Days of Heaven (1978) ของ เทอร์เรนซ์ มาลิก 

ภาพจากหนัง Deep Red (1975)

ภาพโปรโมท CSI ซีซั่น 6

ในขณะที่บรรยากาศอันแปลกแยกเหงาหงอยของภาพเขียน Nighthawks ก็เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างฉากภัตตาคารกลางคืนในหนังอย่าง Deep Red (1975) ของผู้กำกับสยองขวัญชั้นครูอย่าง ดาริโอ อาร์เจนโต หรือหนังไซไฟสุดหม่นอย่าง Blade Runner (1982) ของ ริดลีย์ สก็อตต์ และมันก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพนิ่งสำหรับโปรโมตซีซั่นที่หกของซีรีส์สืบสวนสุดฮิตของอเมริกาอย่าง CSI (Crime Scene Investigation) ที่ใช้ชื่ออย่างเก๋ไก๋ว่า CSI Diner 

หนังของผู้กำกับชั้นครูชาวอิตาลีิ มีเกลันเจโล อันโตนีโอนี อย่าง Il Grido (1957) ทีได้แรงบันดาลใจมาจากภาพวาดปั้มน้ำมันอันเปลี่ยวร้างของฮอปเปอร์ หรือ Red Desert (1964) ที่ได้แรงบันดาลใจจากบรรยากาศภายในห้องและทิวทัศน์อันเงียบงันเหมือนเวลาหยุดนิ่งในภาพวาดของฮอปเปอร์เช่นกัน

ภาพจากหนัง Paris, Texas (1984)

Western Motel, 1957 สีน้ำมันบนผ้าใบ

ภาพจากหนัง Paris, Texas (1984)

Summer Evening, 1947 สีน้ำมันบนผ้าใบ

ภาพจากหนัง Paris, Texas (1984)

ภาพจากหนัง Don't Come Knocking (2005)

South Carolina Sunday morning, 1955 สีน้ำมันบนผ้าใบ

ภาพจากหนัง The End of Violence (1997)

และหนังรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ อย่าง Paris, Texas (1984) และหนังเข้าชิงอย่าง Don't Come Knocking (2005) ของผู้กำกับชาวเยอรมัน วิม เวนเดอร์ส ที่ชื่นชอบจิตรกรชาวอเมริกันผู้นี้และได้แรงบันดาลใจในการถ่ายภาพและจัดแสงในหนังทั้งสองเรื่องให้ดูราวกับเป็นภาพเขียนของเอ็ดเวิร์ด ฮอปเปอร์ ยังไงยังงั้น รวมถึงจำลองฉากหนึ่งในหนัง The End of Violence (1997) ของเขา มาจากภาพ Nighthawks ทั้งดุ้นเลยทีเดียว

หรือในหนังของผู้กำกับอเมริกัน จิม จาร์มุช อย่าง Broken Flowers (2005) ที่จับเอาอารมณ์อันเศร้าสันโดษในภาพวาดของฮอปเปอร์มาไว้ในหนังได้อย่างลงตัว

รวมถึงหนังของผู้กำกับอเมริกัน ทอดด์ เฮย์นส์ อย่าง Far From Heaven (2002) หรือหนังของคู่หูผู้กำกับอเมริกันอย่างพี่น้องโคเอน The Man Who Wasn’t There (2001) ก็ได้แรงดันดาลใจการสร้างฉาก บรรยากาศ แสงสีและการถ่ายภายในหนังมาจากภาพวาดของ เอ็ดเวิร์ด ฮอปเปอร์ เช่นเดียวกัน

 

ภาพจากหนัง Bolt (2008)

Portrait of Orleans (1950) สีน้ำมันบนผ้าใบ

แม้แต่หนังแอนิเมชั่นหมาๆ (จริงๆ) ของดิสนีย์อย่าง Bolt (2008) ที่ใช้สไตล์การใช้สี องค์ประกอบ และแสงเงาในภาพเขียนของเอ็ดเวิร์ด ฮอปเปอร์ มาเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์แอนิเมชั่นทั้งเรื่อง ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี NPR (Non-Photorealistic Rendering) ที่ช่วยในการสร้างงานสามมิติให้กลายเป็นภาพแอนิเมชั่นที่นุ่มนวลไม่แข็งกระด้างแบบภาพถ่าย ซึ่งเป็นการเลียนแบบการใช้ฝีแปรงของจิตรกรอย่างฮอปเปอร์นั่นเอง 

Morning Sun, 1952 เอ็ดเวิร์ด ฮอปเปอร์, สีน้ำมันบนผ้าใบ

ภาพนิ่งจากหนัง Shirley: Visions of Reality (2013) © Gustav Deutsch

และล่าสุด ผู้กำกับชาวออสเตรีย กุสตาฟ ดอยตช์ (Gustav Deutsch) ที่เนรมิตภาพวาดจำนวน 13 ภาพ ของ เอ็ดเวิร์ด ฮอปเปอร์ ให้มีชีวิตเป็นภาพเคลื่อนไหวบนจอภาพยนตร์ โดยเล่าเรื่องราวของ เชอร์ลีย์ ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีชีวิตผ่านยุคสมัยต่างๆ ในประวัติศาสตร์ของอเมริกาตั้งแต่ยุค 1930s ถึงต้นยุค 1960 ในหนังที่มีชื่อว่า Shirley: Visions of Reality (2013)

ตัวอย่างหนัง https://goo.gl/kieunn 

ภาพและข้อมูลจาก: หนังสือ EDWARD HOPPER สำนักพิมพ์ SKIRA เว็บไซต์ www.alledwardhopper.com, http://goo.gl/dKGFvj, https://goo.gl/GIiFEr, http://goo.gl/zJWxrm, http://goo.gl/dEIgXZ, http://goo.gl/bV5olC, http://goo.gl/HMypwt, http://goo.gl/TZLyjZ, http://goo.gl/bGorpt, http://goo.gl/HHzbVW, http://goo.gl/ZR8wYc, http://goo.gl/xL3uWO, https://goo.gl/fuL7dU, http://goo.gl/WhWR4V, https://goo.gl/Rnopq2, http://goo.gl/QHygl1, http://goo.gl/nn4nIN, https://goo.gl/OwqOHt, http://goo.gl/Ejif5r 

‪#‎WURKON‬ ‪#art #movie #edwardhopper #nighthawks‬ ‪#housebytherailroad‬ #psycho #daysofheaven #deepred #bladerunner #CSIdiner #Ilgrido #reddesert #paris,texas #don'tcomeknocking #theendofviolence #brokenflowers #farfromheaven #themanwhowasn’tthere #bolt #gustavdeutsch #shirleyvisionsofreality #‎แรงบันดาลใจจากงานศิลปะ‬‬‬‬‬‬

สัมผัสแรงบันดาลใจจากความคิดสร้างสรรค์แห่งการออกแบบวิถีชีวิตการทำงานยุคใหม่ได้ที่ WURKON ผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบพื้นที่สำนักงานและพื้นที่สาธารณะสมัยใหม่ www.wurkon.com

สามารถติดตามข่าวสารทุกวันได้ที่ : www.facebook.com/WURKON

สอบถามข้อมูลได้ที่ Tel : 02-005-3550 Fax : 02-005-2557

Official Line : @wurkon (มี @ ด้วย) / Twitter : @wurkon

Follow Instagram : @wurkon

Related Stories

Our VR Showroom
Address

71/15 Soi Pattanavate 12, Sukhumvit 71 Road, Prakanong-Nua, Wattana, Bangkok 10110, Thailand

Call Us
  • (66) 02-005-3550
  • (66) 097-157-8435
  • (66) 097-161-8536
Fax

(66) 02-005-2557

Opening Hours

Mon - Fri: 08:30 - 17:30