Blog

สุนทรียะแห่งความตายและร่างกายอันเสื่อมสลาย: โจล-ปีเตอร์ วิทคิน

สุนทรียะแห่งความตายและร่างกายอันเสื่อมสลาย: โจล-ปีเตอร์ วิทคิน

12 มีนาคม 2562


Women Once a Bird, ลอส แองเจลิส, 1990, Joel-Peter Witkin

“ผมต้องการให้ภาพถ่ายของผมทรงพลังไม่ต่างจากภาพสุดท้ายที่คนเราจะได้เห็นหรือหวนรำลึกขึ้นได้ก่อนที่จะตาย.”

เป็นคำกล่าวของ โจล-ปีเตอร์ วิทคิน (Joel-Peter Witkin) ช่างภาพชาวอเมริกันผู้อื้อฉาวที่สุดคนหนึ่งในศตวรรษนี้

ผลงานของเขาเป็นส่วนผสมของความสวยงาม ความสยดสยอง ความดำดิ่งลุ่มลึกและความพิสดารไปจนถึงวิตถารไปพร้อมๆ กัน เขาเป็นที่รู้จักจากภาพถ่ายขาวดำที่มีเนื้อหาเกี่ยวพันกับความตาย ความวิปริตพิลึกพิลั่นและเรื่องเพศ

นายหรือนางแบบในภาพถ่ายของเขามักจะเป็นบุคคลที่มีร่างกายอันพิกลพิการ แคระแกรนทุพพลภาพ คนชายขอบของสังคม บุคคลที่ผ่าตัดแปลงเพศหรือมีสองเพศในร่างเดียว (กะเทยแท้) หรือแม้แต่ภาพของซากศพ เศษชิ้นส่วนองคาพยพของร่างกายมนุษย์ พืช สัตว์ รวมถึงสิ่งของนานาชนิดที่นำมาปะติดปะต่อเข้าไว้ด้วยกัน ผนวกด้วยเรื่องราวทางศาสนา ตำนานเทพปกรณัม นิทานปรัมปรา การจำลองภาพเขียนคลาสสิกชื่อดังในอดีต และการใช้ทฤษฎีสัญลักษณ์นิยม จนกลายเป็นส่วนผสมแบบใหม่ที่แสดงออกถึงความต้องการสำแดงตัวตนภายในของศิลปิน แสดงธาตุแท้และตีแผ่ด้านมืดของความเป็นมนุษย์ แสดงสัจธรรมบางแง่มุมของชีวิต และเผยให้เห็นบางแง่มุมอันวิปริตผิดเพี้ยนของสังคมร่วมสมัยเช่นเดียวกับจิตวิญญาณภายในของศิลปินเอง

เกิดวันที่ 13 กันยายน 1939 บิดาเป็นยิว และมารดาเป็นคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งหย่าขาดจากกันในภายหลังด้วยความแตกต่างทางศาสนา ระหว่างปี 1961 - 1964 เขารับหน้าที่เป็นช่างภาพสงครามในช่วงสงครามเวียดนาม หลังจากนั้นเขาตัดสินใจเป็นช่างภาพอิสระ ต่อมาเขาเข้าศึกษาวิชาประติมากรรมในระดับปริญญาตรีที่สถาบัน Cooper Union ในนิวยอร์ก และเข้าศึกษาศิลปะที่มหาวิทยาลัยแห่งนิวเม็กซิโก ในอัลเบอร์เคอร์กี และจบการศึกษาในระดับปริญญาโทที่นั่น

วิตคินกล่าวว่า แรงบันดาลใจในการถ่ายภาพของเขาเกิดขึ้นมาจากเหตุการณ์ในวัยเด็ก เมื่อครั้งที่เขาได้เห็นอุบัติเหตุรถยนต์ที่หน้าบ้านของเขา และอุบัติเหตุครั้งนั้นส่งผลให้เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง หัวขาดกระเด็นต่อหน้าต่อตาเขาเลยทีเดียว

“มันเกิดขึ้นตอนเช้าวันอาทิตย์ ตอนที่ผมกับแม่กำลังเดินออกจากบ้านเพื่อไปโบสถ์ เราได้ยินเสียงโครมดังลั่นผสมกับเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ เหตุเกิดจากรถยนต์สามคันที่มีทั้งครอบครัวอยู่ในนั้นชนกัน ในห้วงแห่งความสับสน ผมเห็นบางสิ่งกลิ้งลงมาจากรถคันหนึ่งที่พลิกคว่ำ มันตกลงมาหยุดตรงขอบทางเดินที่ผมยืนอยู่ มันเป็นหัวของเด็กหญิงคนหนึ่ง ดวงตาของเธอจ้องมาที่ผม ผมก้มลงไปเพื่อที่จะสัมผัสใบหน้าของเธอ และพูดกับเธอ แต่ก่อนที่มือของผมจะได้สัมผัสเธอ ใครบางคนก็อุ้มผมออกไปเสียก่อน กล้องของผมเป็นปฏิกิริยาที่มีต่อเหตุการณ์ครั้งนั้น มันทำหน้าที่เหมือนกับเป็นดวงตาของเด็กหญิงคนนั้น”

นอกจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ความยากลำบากในชีวิตครอบครัวเองก็เป็นแรงผลักดันในผลงานของวิทคินเช่นเดียวกัน จากความแตกต่างทางศาสนาของบิดาและมารดา ทำให้เขาได้รับอิทธิพลทางความคิดและความเชื่อของทั้งศาสนาคริสต์และยิวเข้าไว้ด้วยกัน

วิทคินได้รับอิทธิพลอย่างสูงจากช่างภาพชื่อดังอย่าง วีจี (Weegee หรือ Arthur Fellin) ช่างภาพชาวอเมริกันที่โดดเด่นจากงานภาพถ่ายอาชญกรรมของนิวยอร์กยามราตรี, ดิแอน อาร์บัส (Diane Arbus) ช่างภาพหญิงผู้มีชื่อเสียงจากการถ่ายภาพคนชายขอบในสังคมอย่างเปี่ยมอารมณ์และความรู้สึก และ อี.เจ. เบลล็อคฆ์ (E. J. Bellocq) ผู้เป็นที่จดจำจากภาพถ่ายโสเภณีสุดหลอน

ซึ่งเขาผสมผสานเทคนิคและวิธีคิดจากช่างภาพทั้งสามคนนี้เข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เหล่าคนชายขอบทั้งหลายในสังคม คนที่สังคมตราหน้าว่าเป็นคนนอก เป็นตัวประหลาด คนที่ถูกสังคมกีดกันและผลักใส คนที่สัก เจาะ และดัดแปลงร่างกายตัวเอง คนพิการ อวัยวะผิดส่วน คนมีหาง มีเขา มีปีก มีครีบที่อยู่ในโชว์พิสดารมาเป็นแบบในการถ่ายภาพ การพูดถึงเรื่องเพศอย่างโจ่งแจ้ง และการขูดขีดฆ่าและดัดแปลงภาพ รวมถึงการใช้เทคนิคทางภาพถ่ายแบบโบราณ

แต่สิ่งที่ทำให้ผลงานของเขาโดดเด่นอย่างอื้อฉาว และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางก็คือการพูดถึงความตายและอาชญากรรมด้วยการใช้ซากศพและชิ้นส่วนของร่างกายมนุษย์จริง ๆ เป็นแบบในการถ่ายภาพ ซึ่งทำให้บางครั้งเขาต้องระเห็จตัวเองไปทำงานนอกประเทศด้วยข้อจำกัดทางกฎหมาย หลายต่อหลายครั้งที่เขาต้องนั่งอยู่ในห้องดับจิตเป็นชั่วโมงๆ ห่อตัวเองด้วยถุงขยะ รอคอยศพที่เข้ามาใหม่ๆ ศพที่ตายด้วยอุบัติเหตุ ฆาตกรรม ชิ้นส่วนของร่างกายที่ขาดวิ่นบวมอืด เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการถ่ายภาพ

Las Meninas (Self-Portrait after Velázquez), 1987, Joel-Peter Witkin Museo Nacional Centro de Arte Reina Sofía Collection, Madrid ภาพถ่ายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพวาด Las Meninas, 1956 ของ ดิเอโก้ เบลาสเควซ

The Raft of George W Bush, 2006 Joel-Peter Witkin ภาพถ่ายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพวาด The Raft of the Medussa, 1818-19 ของ ธีโอดอร์ เจอริโคลต์

นอกจากนั้นวิทคินก็ยังมักจะจำลององค์ประกอบ แสงเงา ของงานจิตรกรรมคลาสสิกชื่อดังของโลกในยุคเก่ามาใช้ในภาพถ่าย อาทิเช่นผลงานของ จิออตโต (Giotto), เจอริโคลต์ (Théodore Géricault) และ เบลาสเควซ (Diego Velázquez) ซึ่งเป็นศิลปินคนโปรดของเขา หลอมรวมกับการเล่าเรื่องแบบเทพนิยายและตำนานปรัมปราเปี่ยมจินตนาการ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ถูกผสมผสานเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืนและขัดแย้งอย่างลงตัว จนกลายเป็นผลงานภาพถ่ายที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างยากจะหาใครเสมอเหมือน ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยสุนทรียะและความวิปริตที่ตราตรึงใจและช็อกคนดูไปพร้อม ๆ กัน จนมีคนนิยามผลงานของเขาว่า เป็นเหมือนส่วนผสมของเฮียโรนิมัส บอซ (Hieronymus Bosch) กับหนัง Texas Chainsaw Massacre ยังไงยังงั้นเลยทีเดียว

ผลงานภาพถ่ายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสุนทรียะอันพิสดารของ โจล-ปีเตอร์ วิทคิน ส่งอิทธิพล สร้างแรงบันดาลใจให้กับศิลปิน, นักออกแบบและนักสร้างสรรค์ในสื่ออื่น ๆ อีกมากมายหลายแขนง ทั้งแฟชั่น ดนตรี มิวสิกวิดีโอ ภาพยนตร์ ฯลฯ

Asylum, 2001,อเล็กซานเดอร์ แม็คควีน

Sanitarium, 1983, Joel-Peter Witkin

อาทิ ผลงานในซีซั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ของดีไซเนอร์ชื่อดังผู้ล่วงลับ อเล็กซานเดอร์ แม็คควีน ในปี 2001 อย่าง Asylum ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานภาพถ่ายของวิทคิน Sanitarium มาแบบเต็มๆ

Still Life, Marseilles, 1992, Joel-Peter Witkin

Closer, 1994, Music Video, Nine Inch Nails

รวมถึงมิวสิกวิดีโออันอื้อฉาวและโด่งดังของวงดนตรีอินดัสเทรียลร็อกอเมริกัน Nine Inch Nails ในปี 1994 อย่าง “Closer” ที่กำกับโดย มาร์ค โรมาเน็ค เองก็ได้รับอิทธิพลแห่งความมืดหม่นและพรั่นพรึงจากผลงานของวิทคิน ซึ่งต่อมา เอ็มวีนี้เองก็กลายเป็นแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งให้กับอาร์ตไดเร็คชั่นอันสุดพิสดารของหนัง The Cell (2000) เช่นเดียวกัน

ชมมิวสิกวิดีโอได้ที่นี่ https://goo.gl/esnxv9

Se7en (1995)

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือสุดยอดหนังทริลเลอร์อาชญากรรมซ่อนเงื่อนแห่งยุคสมัยอย่าง Se7en (1995) ของผู้กำกับสุดดาร์ค เดวิด ฟินเชอร์ ที่ทั้งบรรยากาศ อารมณ์ของหนัง การจัดแสง/เงา และองค์ประกอบของงานศิลปะฆาตกรรมอันวิปริตพิสดาร ที่ทั้งน่าสยดสยองและน่าทึ่งไปพร้อม ๆ กันนั้น ต่างก็ได้รับอิทธิพลและแรงบันดาลใจมาจากผลงานภาพถ่ายของวิทคินอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพ Glassman, 1995 ที่เป็นแรงบันดาลใจอย่างมากให้กับอาร์ตไดเร็คชั่นที่เเสมือนเป็นงานศิลปะแห่งบาปและความตายในหนังเรื่องนี้

วิทคินกล่าวถึงการถ่ายภาพภาพนี้ว่า "ในตอนแรกที่เห็นศพ ชายคนนี้เป็นแค่จิ๊กโก๋ธรรมดาๆ คนนึง ไม่มีอะไรโดดเด่น หากแต่เขาค่อยๆ เปลี่ยนไประหว่างการชันสูตร" หลังจากได้เป็นประจักษ์พยาน (หรือจินตนาการไปเอง) ถึงการเปลี่ยนแปลงนั้น วิทคินขอร้องไม่ให้ผู้ดูแลทำความสะอาดศพชายคนนี้ เขาจัดให้ศพนั่งบนเก้าอี้ และเริ่มต้นถ่ายภาพ "ผมใช้เวลาชั่วโมงครึ่งกับเขา หลังจากนั้น เขาดูราวกับนักบุญเซบาสเตียน ร่างกายของเขาจับไปด้วยราศี ผมสาบานว่านิ้วของเขายาวขึ้นอีกครึ่งเท่าตัว เหมือนกับว่ามันกำลังเอื้อมไปถึงความเป็นนิรันดร"

ที่สำคัญตัวฆาตกรในหนังอย่าง จอห์น โด (หรือ ชายนิรนาม) เองก็เป็นช่างภาพเช่นเดียวกัน (ถึงตอนนี้คงไม่สปอยล์แล้วกระมัง?) ที่ดูราวกับจะเป็นภาพสะท้อนความคิดและปรัชญาในการทำงานศิลปะกับความตายและซากศพของ โจล-ปีเตอร์ วิทคิน ออกมาได้อย่างหมดจดสมบูรณ์ จะต่างกันก็เพียงแต่ว่าในหนังหนักข้อกว่าตรงที่มันไม่ได้ใจเย็นนั่งรอศพคนตายอยู่ในโรงพยาบาลหรือห้องดับจิตเหมือนวิทกิน แต่ดันไปไล่ฆ่าคนแล้วเอาศพมาทำงานศิลปะเสียอย่างงั้น เป็นสุนทรียะแห่งความตายตัวจริงเสียงจริง ห้ามลอกเลียนแบบโดยเด็ดขาด!

หากสนใจเรื่องราวของ โจล-ปีเตอร์ วิทคิน มากกว่านี้ ลองหา Joel-Peter Witkin: An Objective Eye (2013) สารคดีของ โธมัส มาริโน ซึ่งถ่ายทอดชีวิตและการทำงานของเขาที่มีทั้งการพูดคุยล้วงลึกกับตัววิทคินเองและการสัมภาษณ์ศิลปิน นักดนตรี ช่างภาพ คนในวงการสร้างสรรค์ที่จะมาร่วมกันพูดถึงอิทธิพลและแรงบันดาลใจของผลงานของวิทคินที่มีต่อวัฒนธรรมสมัยใหม่  

ข้อมูล: หนังสือ Joel-Peter Witkin Introduction โดย Eugenia Parry, www.salon.com/2000/05/09/witkin/, james.vision.free.fr/Deviances/Se7en.pdf, bpsmoodboard.wordpress.com/2010/06/01/mcqueen-asylum/

ขอบคุณภาพจาก https://goo.gl/eSyDBx, https://goo.gl/snIacA

เรื่องโดย ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

#WURKON #art #photographer #joelpeterwitkin #fashion #asylum #2001collection #alexandermcqueen #closer #MV #nineinchnails #movie #thecell #se7en #แรงบันดาลใจจากศิลปะ #แรงบันดาลใจจากภาพถ่าย #งานศิลปะในภาพยนตร์

สัมผัสแรงบันดาลใจจากความคิดสร้างสรรค์แห่งการออกแบบวิถีชีวิตการทำงานยุคใหม่ได้ที่ WURKON ผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบพื้นที่สำนักงานและพื้นที่สาธารณะสมัยใหม่w www.wurkon.com

สามารถติดตามข่าวสารทุกวันได้ที่ : www.facebook.com/WURKON

สอบถามข้อมูลได้ที่ Tel : 02-005-3550 Fax : 02-005-2557

Official Line : @wurkon (มี @ ด้วย) / Twitter : @wurkon

Follow Instagram : @wurkon



Related Stories

Our VR Showroom
Address

71/15 Soi Pattanavate 12, Sukhumvit 71 Road, Prakanong-Nua, Wattana, Bangkok 10110, Thailand

Call Us
  • (66) 02-005-3550
  • (66) 097-157-8435
  • (66) 097-161-8536
Fax

(66) 02-005-2557

Opening Hours

Mon - Fri: 08:30 - 17:30