Blog

สนทนากับ ฮาน ทูมาร์เทคิน สถาปนิกผู้สร้างสรรค์ผลงานสถาปัตยกรรมที่ไม่รุกราน หากแต่สอดประสานตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมรอบข้างได้อย่างกลมกลืน

สนทนากับ ฮาน ทูมาร์เทคิน สถาปนิกผู้สร้างสรรค์ผลงานสถาปัตยกรรมที่ไม่รุกราน หากแต่สอดประสานตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมรอบข้างได้อย่างกลมกลืน

16 มีนาคม 2562

ในงานสถาปนิก’61 เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีสถาปนิกผู้มีชื่อเสียงระดับโลกผู้หนึ่งที่เดินทางมาร่วมงาน และขึ้นบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับผลงานของเขาให้พวกเราได้รับฟัง สถาปนิกผู้นั้นมีชื่อว่า

ฮาน ทูมาร์เทคิน (Han Tümertekin)

สถาปนิกชาวตุรกี ผู้อาศัยและทำงานในกรุงอิสตันบุล เขาก่อตั้งบริษัทสถาปนิก Mimarlar Tasarim Danismanlik Ltd. ขึ้นในปี 1986 ด้วยปรัชญาและความเชื่อที่ว่า ““It is not the answer, but the questions that would lead a design.” (การออกแบบไม่ใช่การหาคำตอบ หากแต่เป็นการตั้งคำถามมากกว่า) นอกจากบริษัทในกรุงอิสตันบูลแล้ว ในปี 2014 เขายังก่อตั้ง Atelier Han Tümertekin (สตูดิโอ ฮาน ทูมาร์เทคิน) ขึ้นที่เมืองสตราส์บูร์ก ประเทศฝรั่งเศส

ผลงานสถาปัตยกรรมที่ ทูมาร์เทคิน ออกแบบนั้นมีตั้งแต่ที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ และโครงการของหน่วยงานต่างๆ ทั้งในในตุรกี และในอีกหลายประเทศทั่วโลก อาทิ เนเธอร์แลนด์, ญี่ปุ่น, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, จีน, มองโกเลีย, และเคนยา

ทูมาร์เทคินจบการศึกษาทางด้านสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยอิสตันบุลเทคนิคอล (Istanbul Technical University) และจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยแห่งอิสตันบุล (University of Istanbul) นอกจากเป็นสถาปนิกอาชีพแล้ว เขายังเป็นอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรมมาตั้งแต่ปี 1992 โดยสอนในมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง อย่าง Harvard Graduate School of Design, Istanbul Technical University ในสหรัฐอเมริกา, École Polytechnique Fédérale de Lausanne, École Speciale d’Architecture ในปารีส ฝรั่งเศส, Yıldız Technical University ในอิสตันบูล, Uludag University ในเบอร์ซา, ตุรกี และ Écoled’Architecture ในสตราส์บูร์ก, ที่สำคัญ เขายังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งหลักสูตรบัณฑิตศึกษาสาขาสถาปัตยกรรมที่ Istanbul Bilgi University และยังคงสอนที่นั่นจวบจนถึงทุกวันนี้

ผลงานของ ทูมาร์เทคิน ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางด้านสถาปัตย์หลายฉบับ, หนังสือและนิตยสารชั้นนำของวงการสถาปัตยกรรมอีกหลายเล่ม ไม่ว่าจะเป็น Domus, Abitare, AV, Oris, Architectural Review, L’architecture d’Aujourd’hui, World Atlas of Contemporary Architecture และ Phaidon Atlas of 21st Century World Architecture รวมถึงหนังสือรวมผลงานสถาปัตยกรรมที่เขาออกแบบ ซึ่งตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ Harvard University Press ในปี 2007 ในชื่อ Han Tümertekin: Recent Work

ตลอดชีวิตการทำงาน Tümertekin ได้รับรางวัลด้านสถาปัตย์หลายรางวัล รวมถึงรางวัล Aga Khan Award for Architecture จากผลงาน B2 House ใน เมืองอายวาจิค (Ayvacık) ของตุรกี ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานการสร้างสรรค์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ไม่อาจแยกขาดออกจากสภาพแวดล้อมที่มันตั้งอยู่ได้เลยแม้แต่น้อย ด้วยความที่มันมีความสอดประสานกลมกลืนกับอาคารที่อยู่รอบข้าง และตกแต่งด้วยรูปแบบการใช้งานอันทันสมัยที่เปี่ยมประโยชน์ใช้สอยสูงสุด ตัวอาคารถูกสร้างขึ้นให้มีรายละเอียดน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ก็ยังคงมีรายละเอียดที่เคารพต่อสภาพแวดล้อมในพื้นที่ตั้ง ด้วยการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการก่อสร้างอาคารจากหินด้วยมือ อันเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันเป็นรูปแบบเฉพาะตัวของเมืองที่ตั้งอาคาร

ผลงานของเขาผสมผสานแรงบันดาลใจจากวัฒธรรมอันรุ่มรวยของตุรกีเข้ากับความเรียบง่ายลดทอนแบบโมเดิร์นนิสม์, งานช่างฝีมือก่อสร้างจากภูมิปัญญาท้องถิ่นและเทคโนโลยีอันทันสมัย และการใส่ใจกับบริบทของสภาพแวดล้อม ผลงานของเขาแต่ละชิ้นจึงแปรเปลี่ยนไปตามลักษณะทางวัฒนธรรม ภูมิประเทศ และประวัติศาสตร์ความเป็นมาของพื้นที่ที่มันอาศัยอยู่อย่างเหมาะเจาะสมบูรณ์แบบโดยไม่อาจแยกขาดออกจากกัน จนสามารถกล่าวได้ว่า ถ้าคุณแค่เพียงเคลื่อนตำแหน่งของเสาในอาคารของเขาเพียงกระเมตรเดียว ตัวอาคารนั้นก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

นอกจากนี้ เขายังได้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินรางวัล Aga Khan ในปี 2007 และยังเป็นสมาชิกของคณะกรรมการอำนวยการตั้งแต่ปี 2004-2016 อีกด้วย

นอกจากจะมีโอกาสได้ไปฟังบรรยายอันเต็มเปี่ยมความรู้และแรงบันดาลใจจากเขาแล้ว เรายังโชคดีที่มีโอกาสได้พูดคุยสัมภาษณ์กับเขาอย่างใกล้ชิดเป็นการส่วนตัวอีกด้วย เราเลยขอหยิบยกเอาบทสัมภาษณ์ของเขามาเป็นของฝากให้ท่านผู้อ่านในคราวนี้กัน

B2 House

WURKON:

ก่อนอื่นขอบอกว่าประทับใจกับการบรรยายของคุณมาก เราชอบมากที่คุณบอกว่า คุณ “ไม่รู้ว่าคุณต้องทำอะไร” แต่ “คุณรู้ว่าคุณต้องทำอย่างไร” เวลาเราดูงานของคุณ เรารู้สึกได้ว่า เมื่อคุณนำงานสถาปัตยกรรมเข้าไปในพื้นที่ คุณไม่ได้รุกราน (Invade) มัน แต่คุณสอดประสาน (Interwine) ตัวเข้ากับพื้นที่เหล่านั้นอย่างกลมกลืน

ฮาน:

ใช่ ไม่รุกรานแต่สอดประสาน ขอบคุณมากเลย ผมขอเอาประโยคนี้ไปใช้บ้างนะ (หัวเราะ)

WURKON:

คุณบอกว่า เมื่อคุณเข้าไปทำงานสถาปัตยกรรมในพื้นที่ไหน คุณไม่ได้ว่าคุณจะสร้างหรือดีไซน์อะไรออกมาก่อน แต่คุณใช้เวลาเข้าไปดูสภาพแวดล้อมหรือบริบทของพื้นที่นั้นๆ ก่อน

ฮาน:

ใช่ ผมพยายามดูว่า ผมมีอะไรอยู่ในมือ และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมต้องใช้เวลาทำความเข้าใจว่าสถานการณ์แบบไหนที่ทำให้ผมเดินหน้าต่อไป อะไรคือความเป็นไปได้ของมัน และถ้าผมไม่รู้ศักยภาพของคนที่ผมจะต้องร่วมงานด้วย ผมก็จะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ นั่นเป็นเหตุผลว่า แทนที่ผมจะพัฒนาแผนงานหรือดีไซน์ก่อน แต่ผมกลับไปมองผู้คน หรือความเป็นไปได้ เพื่อทำให้ผมเข้าใจสถานการณ์ ในขณะเดียวกันผมก็ไม่ตั้งข้อจำกัดต่อสิ่งที่ผมมีอยู่ในมือ มันเป็นเรื่องจำเป็นที่ผมต้องรู้ว่าผมจะผลักดันข้อจำกัดไปได้แค่ไหน แต่ถ้าผมไม่รู้ข้อจำกัดของตัวเอง ผมก็ผลักมันไม่ได้ จริงไหม นี่เป็นทริกเกี่ยวกับวิธีการทำงานของผม นั่นเป็นเหตุผลที่ผมบอกว่า คุณไม่สามารถแม้แต่จะเคลื่อนย้ายเสาในอาคารของผมแม้แต่เมตรเดียว เพราะผมรู้ข้อจำกัดตั้งแต่ต้น สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ผมไม่สามารถออกแบบจากความว่างเปล่าได้ ตราบใดที่ผมมีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดด้านงบประมาณ การก่อสร้าง หรือแผนงาน ผมต้องเผชิญหน้ากับมัน และในส่วนลึกที่ท้าทายที่สุดก็คือ ต่อให้ไม่มีข้อจำกัดอะไรเลย ผมก็จะสร้างข้อจำกัดให้ตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น B2 House ทางเดินเข้าไปในแผนผังของบ้านและสวน ระยะห่างระหว่างกำแพงกันดินและตัวอาคารนั้นเป็นตัวนิยามของบ้านทั้งหมดที่ว่า ถ้าคุณแค่ขยับเส้นทแยงมุมของกำแพงในแปลน หรือขยับบ้านให้เข้าใกล้มันขึ้นแค่เพียงนิดเดียว จนความตึงเครียดของระยะห่างมันเปลี่ยนไป หรือคุณเคลื่อนย้ายตัวอาคารเพียงนิดเดียว ความสมดุลของพื้นที่ว่างก็จะหายไป อาคารหลังนี้ก็จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

เมื่อตอนที่ผมเป็นเด็กเล็กๆ เหมือนเด็กคนอื่นๆ ทั่วไป ผมมีความใฝ่ฝันว่าจะเป็นนักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน คุณรู้ไหมว่ามันส่งผลต่องานสถาปัตยกรรมของผมยังไง ที่ผมหลงใหลไม่ใช่เพราะความเร็ว แต่มันเป็นความรู้สึกของการไปให้เร็วที่สุดเท่าที่คุณจะไปได้ เมื่อถึงทางโค้ง คุณสงสัยว่าคุณจะหลุดโค้งไหม ในขณะที่คุณยังอยู่บนความเร็วสูงที่สุด ความตึงเครียดนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมหลงใหล ด้วยความเร็วที่เหมาะสมเท่านั้นที่จะทำให้คุณยังอยู่บนถนนได้ ในขณะที่ยังเป็นคนที่เร็วที่สุดได้ งานสถาปัตยกรรมก็เป็นเช่นเดียวกัน มันไม่ใช่อะไรที่มากหรือน้อยเกินไป

WURKON:

อยู่ระหว่างกลาง?

ฮาน:

ใช่ อยู่ระหว่างกลาง ในทุกๆ องค์ประกอบ ทุกๆ กฏเกณฑ์ และทุกๆ รายละเอียด ผมพยายามหาสมดุลและความเร็วที่เหมาะสมนั้นเสมอมา

B3 House

WURKON:

นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาเราดูงานสถาปัตยกรรมของคุณ มันเป็นอะไรที่ดูเรียบง่าย ธรรมดาสามัญ แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีความพิเศษเหนือธรรมดาแฝงอยู่ในนั้นด้วย

ฮาน:

ผมดีใจที่ได้ยินแบบนี้นะ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ผมต้องการจะทำ นั่นคืองานสถาปัตยกรรมที่ดูคุ้นเคยและเป็นกันเอง แต่ในขณะเดียวกันก็แปลกและแตกต่างในเวลาเดียวกันด้วย

WURKON:

เหมือนตอนที่คุณเข้าไปในพื้นที่ต่างๆ อย่างเช่น หมู่บ้านในอิสตันบูล แล้วคุณทำงานสถาปัตยกรรมที่ไม่แปลกแยกหรือขัดแย้งกับชุมชน สภาพแวดล้อม หรืออาคารรอบข้าง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ดูแตกต่างออกมาด้วยเหมือนกัน คุณมีวิธีการจัดการกับสิ่งเหล่านี้ยังไง

ฮาน:

คุณรู้ไหม มันก็เหมือนกับที่ผมบอกว่า ผมไม่รู้ว่าผมจะทำอะไร แต่ผมรู้ว่าผมจะต้องทำมันอย่างไร ทั้งหมดทั้งมวลมันเกี่ยวกับการใส่ใจ การเข้าไปใกล้ชิดกับสิ่งต่างๆ กับปัญหา มันเกี่ยวกับเวลา คุณต้องใช้เวลาในการทำสิ่งที่ดีและมีคุณค่าขึ้นมา สิ่งที่ผมมีก็คือความสามารถในการเริ่มต้นงานใหม่จากศูนย์ ทุกครั้งที่ต้องการ หลังจากที่ผมใช้เวลาเดือนแล้วเดือนเล่าในโครงการไหนก็ตาม ถ้าผมพบว่ามันมีปัญหา หรือมีบางจุดที่ไม่เวิร์ค ผมจะหยุด แล้วเริ่มต้นใหม่ได้ทันที ผมไม่เคยพยายามที่จะดันทุรังแก้ปัญหาหรือเพิกเฉยต่อความผิดพลาดอะไรก็ตาม แต่ผมจะก้าวออกมา แล้วเริ่มต้นคิดทุกอย่างใหม่จากจุดเริ่มต้นได้ทันที เหมือนกับตอนที่ผมปรับปรุงอาคารเก่าแก่ในประวัติศาสตร์หลังหนึ่ง คุณต้องทำงานวิจัยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อศึกษาอาคารแห่งนั้น แต่เมื่อการก่อสร้างเริ่มต้นขึ้น มันมักจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์ มีปัญหาใหญ่ๆ ให้เราต้องเผชิญเสมอ เพราะถ้าคุณไม่เข้าไปเผชิญหน้ากับพื้นที่ในการก่อสร้างจริงๆ คุณก็จะไม่มีทางรับรู้และแก้ปัญหาเหล่านั้นได้เลย

WURKON:

คุณไม่ได้ออกแบบงานสถาปัตยกรรมบนโต๊ะ?

ฮาน:

ถูกต้อง! เหมือนตอนที่ผมเจอปัญหาในโครงสร้างของห้องน้ำของอาคารที่ผมออกแบบ ถ้าผมพยายามแก้ปัญหาตรงห้องน้ำนั้นโดยเฉพาะเจาะจงเพียงอย่างเดียว ผมคิดว่าผมคงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่ถ้าผมเริ่มต้นด้วยการคิดเกี่ยวกับโครงสร้างของพื้นที่ทั้งหมดตั้งแต่แรก เช็คทุกอย่าง ทุกขั้นตอน ผมอาจจะพบว่าที่ตั้งของบันไดใหม่มันผิด แล้วถ้าผมย้ายมัน ผมก็จะไม่เจอปัญหาในห้องน้ำตั้งแต่แรก

วันก่อนผมได้ดูสารคดีเกี่ยวกับศิลปินฝรั่งเศส เซซาน (Paul Cézanne) เขาเคยบอกเอาไว้ว่า คุณไม่ควรจะ “ทำใหม่” (Redo) แต่ควรต้อง “เริ่มต้นใหม่” (Restart) มากกว่า คุณเห็นความแตกต่างระหว่างสองคำนี้ไหม นั่นเป็นสิ่งที่ผมพยายามทำเสมอมา

WURKON:

น่าสนใจที่คุณพูดเกี่ยวกับศิลปะขึ้นมา เพราะเวลาที่เราดูงานของคุณ เรารู้สึกว่ามันมีความคล้ายคลึงกับงานศิลปะของศิลปินหัวก้าวหน้า (Avant-garde) อย่าง มินิมอลลิสม์ หรือแม้แต่ อาร์เต้ โพเวร่า ที่พยายามทำให้ศิลปะเป็นอะไรที่ธรรมดาสามัญจนคนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้

ฮาน:

ใช่! เหมือนเวลาที่ผมออกแบบพิพิธภัณฑ์ ผมไม่ได้คิดว่ามันเป็นแค่อาคาร แต่ผมคิดว่ามันเป็นพื้นที่สำหรับให้คนเข้าไปมีกิจกรรมข้างใน เพราะฉะนั้น กิจกรรมต้องมาก่อน ฟังก์ชั่นต้องมาก่อน แล้วการที่คุณเป็นนักนิยมฟังก์ชั่น (Functionalist) ก็ไม่ได้หมายความว่าอาคารของคุณต้องขาดไร้วิญญาณ มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย แรกสุดเลย อาคารต้องมีประโยชน์ใช้สอย มันต้องใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ หลังจากนั้น แน่นอน เราเติมจิตวิญญาณให้มันภายใต้ความเป็นไปได้ ภายใต้ศักยภาพที่จะสร้างความรู้สึกใหม่ๆ ในการใช้งานของมันได้ น่าสนใจมากที่คุณพูดถึง อาร์เต้ โพเวร่า ขึ้นมา เพราะผมเองก็ชอบ อาร์เต้ โพเวร่า มาก (ยิ้ม)

WURKON:

ฟังที่คุณพูดมาแล้วรู้สึกว่าเวลาคุณออกแบบ คุณคิดถึงคน มากกว่า อาคาร

ฮาน:

ใช่ ผมคิดเกี่ยวกับผู้คน เกี่ยวกับความเคลื่อนไหว เขาจะเข้าไปในอาคารอย่างไร ผมเริ่มต้นคิดจากสิ่งเหล่านั้น บ่อยครั้งในเวลาผมสอน ผมถามนักศึกษาของผมเกี่ยวกับวิธีที่พวกเขาออกจากอาคารที่พวกเขาออกแบบ โดยปกติ ในการนำเสนอโครงการ นักศึกษามักจะพูดเกี่ยวกับอาคารของพวกเขาโดยเริ่มตั้งแต่ทางเข้า ว่าพวกเขาเข้าอาคารทางนี้ ทางขวามือมีบันได โน่น นี่ นั่น ผมบอกพวกเขาว่า พวกคุณไม่ได้เกิดมาตรงโถงทางเข้าของอาคารนี้ (หัวเราะ) คุณต้องมาจากที่ไหนสักแห่ง บอกผมหน่อยว่าคุณเข้ามาในอาคารนี้ได้ยังไง คุณมาถึงอาคารนี้ได้ยังไง? และยังไงๆ คุณก็ไม่ได้อาศัยอยู่ในอาคารนี้ไปตลอดชั่วนิรันดร์ คุณก็ต้องออกจากอาคารนี้อยู่วันยังค่ำ เพราะฉะนั้น บอกผมหน่อยว่าคุณจะออกจากอาคารนี้ยังไง บริเวณรอบอาคารนี้มีอะไรอยู่บ้าง สุดท้ายแล้ว สำหรับผม ชีวิตมีความสำคัญกว่าตัวอาคาร มันเป็นเรื่องของชีวิตทั้งนั้นแหละ ไม่ใช่เรื่องของอาคารหรือเรื่องของสถาปัตยกรรมแต่เพียงอย่างเดียว ผู้คนต้องการอาคาร เพราะผู้คนต้องการพื้นที่พักพิง แต่หนทางในการสร้างพื้นที่พักพิงไม่จำเป็นต้องเป็นอาคารเสมอไป ร่มเงาสร้างพื้นที่พักพิงในวันที่แดดจ้าร้อนระอุในฤดูร้อน มันช่างเป็นพื้นที่ที่แสนวิเศษ คุณไม่จำเป็นต้องใช้สถาปนิกพื่อสร้างพื้นที่แบบนั้นจริงไหม

WURKON:

มันเหมือนอาคารหลังนึงที่คุณบรรยายให้เราฟังว่าใช้ก้อนหินก่อเป็นหลังคา (SM House ในเมืองชานักกาเล, ตุรกี) ซึ่งนอกจากให้ร่มเงาแล้ว ยังสร้างผลลัพธ์ของแสงเงาที่สวยงามแปลกตาอีกด้วย

SM House

ฮาน:

ใช่ แสงและเงาของมันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตลอดวัน ผมไม่ใช่สถาปนิกที่บอกว่า “สิ่งแวดล้อมต้องมาก่อน” ผมไม่เชื่อในหลักการแบบนั้น มันเป็นการตลาดเสียมากกว่า สำหรับผม มันไม่มีลูกเล่นหรือจุดขายตรงไหนของอาคารโดยเฉพาะ ทุกองค์ประกอบในอาคารล้วนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นทางเข้าอาคาร หรือแม้แต่กรอบหน้าต่าง ทุกอย่างเป็นส่วนสำคัญ ไม่มีตรงไหนโดดเด่นกว่ากัน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงคิดว่า ศิลปะอาร์เต้ โพเวร่า มีอะไรบางอย่างใกล้เคียงกับงานของผมมากอย่างที่คุณเอ่ยขึ้นมา

WURKON:

เรียบง่าย แต่ไม่ธรรมดา

ฮาน:

ใช่ เรียบง่าย แต่ไม่ธรรมดา และองค์ประกอบทุกสิ่งทุกอย่างมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน

WURKON:

น่าสนใจที่คุณบอกว่า คุณไม่เชื่อในงานสถาปัตยกรรมที่ชูความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นจุดขาย เพราะเราเคยคุยกับสถาปนิกคนหนึ่ง เขาก็บอกว่าเขาเองก็ไม่เชื่อในการนำเสนองานสถาปัตยกรรมแบบนี้เหมือนกัน เพราะเมื่อเรามองทุกอย่างเป็นภาพรวมแล้ว ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมันก็จะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ โดยไม่ต้องเสแสร้งแกล้งเป็น

ฮาน:

ใช่! ผมเห็นด้วยกับเขาอย่างมาก ผมไม่ได้เสแสร้งที่จะเป็นแบบนั้น เพราะงานออกแบบที่ดีต้องมีคุณสมบัติเหล่านี้เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว

WURKON:

จนเราไม่จำเป็นต้องพูดถึงมันอีกต่อไป?

ฮาน:

ใช่! ผมไม่เคยพูดถึงเรื่องเหล่านี้เลย มันเป็นเรื่องน่าอายนะ ที่สถาปนิกจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา มันเหมือนการพูดว่า “เฮ้ มันมีทรายในทะเลทรายนะ” มันน่าสนใจตรงไหนเหรอ? มีใครไม่รู้บ้างว่าในทะเลทรายมีทรายอยู่? (หัวเราะ) แล้วคนเหล่านั้นก็ออกมาบอกว่าเขาได้พัฒนาโน่น นี่ นั่น แล้วก็ช่วยโลกใบนี้เอาไว้ได้ มันน่าตลกน่ะ (หัวเราะร่วน)

ศูนย์ศิลปะร่วมสมัย SALT ใน Beyoğlu, กรุงอิสตันบูล, ตุรกี

WURKON:

เมื่อพูดถึงงานของคุณ สิ่งที่คุณให้ความสำคัญคือรายละเอียด ระยะห่างแม้เพียงแค่ห้าเซนติเมตรในงานของคุณก็มีความสำคัญอย่างมาก

ฮาน:

ใช่ ผมคิดว่ามันสำคัญมาก ผมไม่ชอบหมกมุ่นหรือบูชารายละเอียดนะ แต่ผมรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความแตกต่างอย่ามหาศาลระหว่างอาคารที่ดีกับอาคารที่แย่ ไม่ใช่แค่ในแง่ของภาพลักษณ์เท่านั้น แต่มันมีเหตุผลทางเทคนิค เช่น เหล็กจะเคลื่อนไหวในแบบที่แตกต่างกันเมื่อเกิดการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงของเปลือกโลก รายละเอียดบางอย่างแม้เพียงห้าเซนติเมตร ก็สามารถป้องกันการเสียหายของอาคาร หรือทำให้มันดูแลรักษาและซ่อมแซมได้ง่ายกว่าในยามที่เกิดแผ่นดินไหว การคลุกคลีใกล้ชิดกับช่างก่อสร้าง หรือผู้เชี่ยวชาญ รู้ถึงศักยภาพของพวกเขา ผมขอให้เขาเก็บรายละเอียดให้อย่างแม่นยำในส่วนต่างๆ ของอาคาร ด้วยความที่เอกลักษณ์ในงานของผมคือความเรียบง่ายและหมดจด รายละเอียดเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก

WURKON:

เหมือนที่คุณมักจะพูดถึงการร่วมงานกับช่างฝีมือท้องถิ่นหรือวิศวกรอย่างใกล้ชิด คุณมีเคล็ดลับยังไงในการทำงานกับคนจำนวนมากๆ เหล่านี้ให้ราบรื่น เพราะยังไงๆ คนเราต่างก็ต้องมีอัตตาอยู่บ้าง

ฮาน:

ไม่นะ ผมไม่มีอัตตา (หัวเราะกันร่วน) จริงๆ ผมก็มีแหละ อัตตา คือปัญหาใหญ่ในโลกของเราตลอดมา แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นสิ่งที่คุณต้องใส่ใจกับมันในทุกวินาที เพราะถ้าหากคุณไม่มีอัตตาเลยแม้แต่น้อย อาคารที่คุณออกแบบก็จะไม่มีวิญญาณเช่นกัน เพราะอัตตาหรือบุคคลิกภาพของคุณคือสิ่งที่มอบวิญญาณให้กับอาคารของคุณ เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญที่สุดในการทำงานคือการเอาบุคลิกหรืออัตตาของคุณผสานเข้าไปในกระบวนการเหล่านั้นอย่างกลมกลืน ยกตัวอย่างเช่น ระหว่างการประชุมกับวิศวกร ผมมักจะนั่งเงียบและฟังพวกเขา แต่เมื่อผมพบว่าพวกเขาไม่เอาตัวเองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงาน แต่กลับพูดถึงสูตรสำเร็จ, กฎระเบียบ, มาตรฐานอะไรต่างๆ ผมเลยมักจะกระตุ้นให้พวกเขาเอาตัวเองเข้ามาร่วมในหนทางของพวกเขา แทนที่เราจะพูดถึงมาตรฐาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว ผมอยากให้พวกเขาพูดถึงการตีความมาตรฐานเหล่านั้นในมุมมองของเขาเอง ผมกระตุ้นให้พวกเขาหรือเธอแสดงอัตตาของตัวเองออกมา แต่ถ้าอัตตามีมากเกินไป ผมก็จะบอกให้พวกเขาหยุด และมาร่วมกันแบ่งปันความคิดกับคนอื่น ผมว่าผมมีความสามารถในการจัดสรรอัตตาของตัวเอง เป็นอันดับแรก แล้วผมก็จะบอกกับพวกเขาว่า เอาละ คุณต้องทำตัวเป็นเหมือนมัสตาร์ด หรือคุณต้องเป็นซอสมะเขือเทศ

WURKON:

ฟังดูแล้วเหมือนเป็นเชฟกำลังปรุงอาหารเลยนะ

ฮาน:

ใช่ บางทีคุณก็ต้องทำแบบนี้ (หัวเราะ) แต่โดยปกติแล้วผมเป็นผู้ฟังที่ดี ผมฟังพวกเขา ผมไม่ควบคุมบงการพวกเขา หากแต่ประสานตัวเองเข้ากับพวกเขา ผมเป็นเหมือนกับผู้ออกความเห็น ที่คอยเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาและทางออกที่เป็นไปได้ ผมไม่พยายามจะเป็นคนที่ต้องพูดเป็นคนสุดท้ายตั้งแต่แรกเริ่ม ผมจริงใจกับสิ่งเหล่านี้นะ ผมไม่รู้หรอกว่าการประชุมจะจบลงยังไง แต่ยังไงก็ตาม มันก็ต้องมีคนที่พูดเป็นคนสุดท้าย และมันต้องเป็นผมนั่นแหละ แต่ผมรอให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น และหาทางออกที่ดีที่สุดก่อน และผมจะเป็นคนเลือกทางออกนั้นเอง มันออกจะเป็นเล่ห์เหลี่ยมเหมือนกันแหละนะ ที่คุณต้องบริหารอัตตาของคุณให้พอดีๆ เพื่อควบคุมสิ่งต่างๆ ได้เท่านั้นเอง ซึ่งจะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานการณ์ไป

ศูนย์ศิลปะร่วมสมัย SALT ในอาคารประวัติศาสตร์ Galata, กรุงอิสตันบูล, ตุรกี

WURKON:

เหมือนที่คุณเล่าให้ฟังว่าในโครางการหนึ่ง ช่างทำคอนกรีตทำงานเพื่อเอาใจคุณ แต่คุณบอกให้เขาทำงานในแบบของเขาเอง

ฮาน:

ใช่ (หัวเราะ) ผมปล่อยให้เขาทำในแบบของเขาเองไปก่อน แล้วผมก็ค่อยบอกเขาว่าให้ลองทำอะไรที่แตกต่างดู ซึ่งมันก็ได้ผลนะ

WURKON:

ถึงคุณจะบอกว่าคุณเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดกว้างและประนีประนอม แต่บางครั้งก็ดูเหมือนคุณก็มักจะท้าท้ายคนอื่นอยู่เสมอ ยกตัวอย่างเช่นงาน B2 House ที่คุณเอาบันไดออกไปไว้นอกบ้าน มันออกจะเป็นเรื่องที่กล้าบ้าบิ่นเอาการอยู่เหมือนกัน

ฮาน:

(หัวเราะ) ผมว่ามันเป็นเรื่องของความซื่อสัตย์กับตัวเอง ถ้าผมมีไอเดีย ทำไมผมจะไม่แสดงออกมาล่ะ ถึงแม้มันจะถูกลูกค้าปฏิเสธ ผมก็ไม่แคร์นะ ผมว่าสิ่งนี้ทำให้ผมแตกต่าง เพราะผมไม่กลัวการถูกปฏิเสธ ในระหว่างกระบวนการทำงานในแต่โครงการ ไอเดียของผมถูกปฏิเสธหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งผมไม่ถือสาหาความ ถ้ามันจะช่วยทำให้เราได้อาคารที่ดีขึ้นกว่าเดิม ปฏิเสธผมได้เลย แต่พวกเขาต้องโน้มน้าวผมให้ได้ก่อนนะ ว่ามันไม่เวิร์กยังไง (หัวเราะ).

เรื่องโดย: ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

ภาพจาก Mimarlar ve Han Tümertekin ขอบคุณทีมงานงานสถาปนิก’61 เอื้อเฟื้อภาพ https://www.asaexpo.org/

#WURKON #architect #interview #hantümertekin #mimarlar #tasarim #danismanlik #Ltd #สถาปนิก61 #architectexpo #ASA2018 #architect2018 #b2house #agakhanawards #turkisharchitecture #Turkishcontemporaryarchitecture #intervention #context #environment #inspiration #แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรม

สัมผัสแรงบันดาลใจจากความคิดสร้างสรรค์แห่งการออกแบบวิถีชีวิตการทำงานยุคใหม่ได้ที่ WURKON ผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบพื้นที่สำนักงานและพื้นที่สาธารณะสมัยใหม่ www.wurkon.com

สามารถติดตามข่าวสารทุกวันได้ที่ : www.facebook.com/WURKON

สอบถามข้อมูลได้ที่ Tel : 02-005-3550 Fax : 02-005-2557

Official Line : @wurkon (มี @ ด้วย) / Twitter : @wurkon

Follow Instagram : @wurkon



Related Stories

Our VR Showroom
Address

71/15 Soi Pattanavate 12, Sukhumvit 71 Road, Prakanong-Nua, Wattana, Bangkok 10110, Thailand

Call Us
  • (66) 02-005-3550
  • (66) 097-157-8435
  • (66) 097-161-8536
Fax

(66) 02-005-2557

Opening Hours

Mon - Fri: 08:30 - 17:30